ปลัดกระทรวงแรงงาน ย้ำไม่มีนโยบายกวาดล้างแรงงานกัมพูชา เป็นห่วงแรงงานภาคเกษตร โดยเฉพาะสวนผลไม้ที่ไม่มีแรงงานเก็บผลผลิต ขณะที่กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขอเวลาประเมินผลกระทบต่อการส่งมอบบ้าน และสภาพคล่องของผู้ประกอบการอีกระยะ หลังแรงงานกัมพูชาทยอยเดินทางกลับประเทศ
กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งต้องใช้แรงงานสูงถึง 500,000 คน โดยเป็นแรงงานกัมพูชามากถึงร้อยละ 65 ทำให้ นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรและประธานสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งรายงานความเดือดร้อนจากปัญหาดังกล่าว แต่ขอเวลาประเมินผลกระทบต่อการส่งมอบบ้าน และสภาพคล่องของผู้ประกอบการอีกระยะ
ระหว่างนี้ผู้ประกอบการเร่งให้ผู้รับเหมาจัดหาแรงงงานมาชดเชยแล้ว แต่ไม่ชัดเจนว่าจะบรรเทาปัญหาได้นานแค่ไหน เพราะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปกติก็ขาดแคลนแรงงานอยู่แล้ว แต่จากยอดขายบ้านและคอนโด ซึ่งลดลงต่อเนื่องจากไตรมาส 1 และ 2 ของปี ทำให้ปัญหาดังกล่าวไม่รุนแรง
นายอธิป ยังเป็นห่วงว่าแรงงานกัมพูชาที่เดินทางกลับประเทศ อาจไม่กลับมาทำงานในไทยอีก เพราะติดขัดเรื่องระเบียบการใช้แรงงานข้ามเขต และยังถูกเจ้าหน้าที่รัฐจับและเรียกรับเงิน ก่อนหน้านี้ทางสมาคมฯ ได้ทำเรื่องขอผ่อนผันไปแล้ว จึงเตรียมเข้าพบคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.เพื่อขอให้แก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
นายสุพันธ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประเมินว่าน่าจะมีแรงงานต่างชาติกลับประเทศกว่า 100,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวกัมพูชาที่ใช้แรงงานในกลุ่มธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและประมง ส่วนแรงงานภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นชาวพม่าและลาวจึงยังไม่ได้รับผลกระทบ
ขณะที่ปลัดกระทรวงแรงงาน ยืนยันว่า กระทรวงแรงงานไม่มีนโยบายกวาดล้างแรงงานกัมพูชา และได้ทำหนังสือถึงกรมการจัดหางานทุกจังหวัด เพื่อสร้างความมั่นใจกับนายจ้างและแรงงานข้ามชาติแล้ว ซึ่งการแก้ไขปัญหาแรงงานข้ามชาตินั้นต้องรอคำสั่งการจาก คสช.ว่าจะมีนโยบายแก้ปัญหาอย่างไร ขณะนี้เป็นห่วงแรงงานภาคเกษตร โดยเฉพาะสวนผลไม้ภาคตะวันออก จึงเตรียมประชุมแก้ปัญหาเร่งด่วน
ปลัดกระทรวงแรงงาน บอกอีกว่า เตรียมจัดโซนนิ่งที่พักอาศัยของแรงงานต่างชาติ เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติด โดยนำร่องใน จ.สมุทรสาคร เป็นพื้นที่แรก ก่อนขยายไปยัง จ.ระยอง และ จ.ระนอง ต่อไป

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น