วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ข่าวความเคลื่อนไหวการเมือง 15-6-57

โพลต์ตอแหล

1.  โพลเผยคนพอใจคสช.ทำบ้านเมืองสงบ .... อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1vjE15J

    สวนดุสิตโพลเผยคนพอใจ คสช.ทำบ้านเมืองสงบ-สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ-ลดค่าครองชีพ-
    จ่ายเงินจำนำ ข้าว เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สำรวจความคิด
    เห็นประชาชน เรื่อง “10 ความสุข”....... อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1vjE15J

2.  สั่งยุบเกือบ30ศูนย์ปฏิบัติการของดีเอสไอ... รักษาการอธิบดีดีเอสไอ ลงนามคำสั่งยุบเกือบ 30
     ศูนย์ที่จัดตั้งช่วงปี 50-56 มีผลภายใน7 วัน กร้าวไม่ปล่อยการเมืองแทรกทำคดี เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.
     ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รองผบ.ตร........ อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1hYYdrn

3. วอยซ์ทีวี-ทีนิวส์-วิทยุได้ออนแอร์แล้ว.... อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1hX7Cj8
4.  โพลนิด้าเผยคนแนะเร่งปฏิรูปการเมือง .... อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1hZDHH5
5.  คสช.เตือนอดีตทหารทัพฟ้าหยุดปลุกปั่น .... อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1i0sTsi
6.  กสท.ถกคืนจอบลูสกาย-เอเอสทีวี16มิ.ย. .... อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1vjIZj3
7.  ทเลนอร์กรุ๊ปแถลงขอโทษพาดพิงคสช. .... อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1vl3kVc
8. ศาลนัดสืบพยานโจทก์ คดี "สุเทพ" ฟ้อง "ธาริต" หมิ่นกล่าวหาทุจริตก่อสร้างโรงพัก
    ทดแทน 2 ก.พ.58 ด้าน ธาริตปัดออกความเห็นตำแหน่งอธิบดีDSIคนใหม่ ....
    อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1hACEgv
9.  คสช.ให้ผู้บริหารเกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางให้ราคาสลากกินแบ่งรัฐบาลเหมาะสมมากขึ้น....
     อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1vkYUxD
10.    เด้ง"อัยการสูงสุด"หนาวสะท้านถึง"ยิ่งลักษณ์" .... อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1v7A1Ft
11.    สภาทนายฯโต้มะกัน-ยุโรปขู่ตัดงบช่วยเหลือ .... อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1vlJ45G    
12.   บิ๊กตู่เผยดัชนีเชื่อมั่นดีขึ้นมีรัฐบาลใหม่ก.ย.นี้ .... อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1va6oDj
        ประยุทธ์จัดรายการคืนความสุขให้คนในชาติเผยดัชนีเชื่อมั่นอยู่ที่60.7ก.ย.นี้มีรัฐบาลใหม่เดินหน้า
       ปฎิรูปใน1ปีดีเดย์ต.ค. .... อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1va6oDj
13.  สมชาย"ถามสตช.ปม"วทัญญู"ยังติดตาม"ปู" .... อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1hPK6Vm
14.  คสช.แจงเหตุเลิกเคอร์ฟิว ใจชื้นสถานการณ์ เริ่มคลี่คลาย ขู่พื้นที่ไหนไม่สงบพร้อมงัดกลับมาใช้อีก 15.  “วินธัย” โต้นักสิทธิมนุษยชนอิสระอคติวิจารณ์ไทยโดยไม่รู้จริง “สีหศักดิ์”
       จับเข่าเคลียร์ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน
16. ยูเอ็น แจงเรียกบุคคลมาพูดคุยให้สงบ ไม่ใช่คุมขัง ส่งหนังสือเวียนผ่านสถานทูต-กงสุลใหญ่
      แจ้งทั่วโลกปลดแล้วกฎเหล็ก เลขาฯ
17.  คสช.เบิกร่องชมฟรี “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรฯ” ปลุกคนไทยรักชาติ ประชาชนรับตั๋วได้
       หน้าโรงหนังทั่วประเทศรอบ 11 โมง 15 มิ.ย.

18.  ด้าน “ป.ป.ช.” แก้ ก.ม.ยื่นบัญชีทรัพย์สินใน 3 เดือน ขอติดดาบฟันเอกชนร่วมโกง เดินหน้า
       ต่อสอบคดีอาญา “ปู” จำนำข้าว-308 อดีต ส.ส. และ ส.ว.แก้ รธน.มิชอบ

19.  กรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวทั่วประเทศ เพื่อผ่อนคลายและบรรเทาผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน ล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศได้ส่งหนังสือเวียนแจ้งไปทั่วโลกยืนยันสถานการณ์ ภายในของประเทศไทยคลี่คลายลงโดยลำดับ
คสช.หยุดราชการ–บก.ทบ.เหงา

20.  เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 14 มิ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนินว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ไม่ได้เดินทางเข้ามาในกองบัญชาการกองทัพบก เพื่อเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวประจำวันรวมถึง ติดตามผลการดำเนินงานของฝ่ายต่างๆ เพราะถือว่าเป็นวันหยุดราชการ มีเพียง พล.ต.เพียรชัย รับพร รองปลัดบัญชีทหารบก เป็นประธานการประชุมเพื่อรับฟังสถานการณ์โดยทั่วไปตามปกติประจำวันเท่านั้น โดยบรรยากาศภายใน บก.ทบ.เป็นไปอย่างเงียบเหงา มีเฉพาะเจ้าหน้าที่ทหารรักษาความปลอดภัยเดินจูงสุนัขทหาร ตรวจบริเวณพื้นที่รอบ บก.ทบ. เป็นไปตามมาตรการการรักษาความปลอดภัย โดยประตูด้านหน้าถนนราชดำเนินปิดสนิท เว้นแต่ประตูด้านหลังถนนราชสีมายังเปิดให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องได้ เข้า-ออกเท่านั้น

21.  แจงเหตุรุนแรงลดเลิกเคอร์ฟิว
ต่อมาเวลา 11.00 น. พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวชี้แจงกรณีการยกเลิกมาตรการเคอร์ฟิวว่า เนื่องจากฝ่ายความมั่นคงประเมินว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ไม่ปรากฏเหตุความรุนแรงประชาชนเริ่มมีความปลอดภัยมากขึ้น คงเหลือเพียงเรื่องการลักลอบครอบครองอาวุธสงคราม ที่ยังพบอยู่ต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่คงต้องกวดขันด้วยความเข้มงวดต่อไป ถ้าสถานการณ์ความสงบเรียบร้อยสามารถคงระดับได้ในลักษณะนี้ คสช.ก็ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการเคอร์ฟิวมาเสริม แต่ถ้าไม่สามารถคงระดับเช่นนี้ไว้ได้ คงต้องพิจารณากันอีกครั้งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ที่ผ่านมาต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่เข้าใจ ต่อความจำเป็นในการใช้มาตรการต่างๆ รวมถึงได้ให้ความร่วมมือกับ คสช.เป็นอย่างดี

22.  โต้นักสิทธิมนุษยชนอคติไม่รู้จริง
พ.อ.วินธัยยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญสิทธิมนุษยชนอิสระของสห ประชาชาติ มีข้อห่วงใยการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อการควบคุมตัวกลุ่มบุคคลที่ คสช.เรียกเข้ามารายงานตัวว่า เป็นความเห็นเฉพาะของกลุ่มบุคคลที่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง สถานการณ์ในประเทศอยู่ในภาวะไม่ปกติ มาตรการบางอย่างใช้เพื่อดูแลคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้คนส่วนใหญ่มากกว่า ไม่ใช่เป็นการละเมิด คสช.คำนึงและเคารพหลักสิทธิมนุษยชนมาโดยตลอด ยืนยันว่าพยายามใช้เท่าที่จำเป็น และใช้ด้วยความระมัดระวังมาตลอด ส่วนมาตรการต่อสื่อมวลชนต้องแยกเป็นกรณีไป กลุ่มสื่อที่จัดตั้งตามกฎหมาย ไม่ได้มีส่วนโดยตรงกับความไม่สงบ นำเสนอข่าวได้ตามปกติ ไม่ได้มีมาตรการใดไปลิดรอน เพียงแต่ขอความร่วมมือให้ระมัดระวังการนำเสนอ ส่วนกลุ่มสื่อที่มีส่วนนำเสนอลักษณะปลุกระดมปลุกปั่น บิดเบือน ใส่ร้ายป้ายสี ละเมิดสิทธิ์กันไปมา จำเป็นต้องปรับความเข้าใจหรือแนวทางการนำเสนอใหม่ให้เหมาะสม

23.  ยึดสิทธิมนุษยชนไม่มีการซ้อม
รองโฆษก คสช.กล่าวว่า ส่วนการเชิญตัวบุคคลให้มารายงานตัวหรือขอเชิญให้อยู่ในพื้นที่พิเศษ เพราะแต่ละคนมีส่วนในความไม่สงบในช่วงที่ผ่านมาไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ได้เชิญมาพูดคุยทำความเข้าใจอย่างฉันมิตร ขอความร่วมมือแนวทางสร้างความสงบร่วมกัน ไม่ใช่ในฐานะผู้กระทำความผิดหรือผู้ถูกกล่าวหา จึงยังไม่จำเป็นต้องมีทนาย ยืนยันว่าไม่มีการซ้อมทรมานตามที่องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศแสดงความ กังวล คงเป็นมุมมองในทัศนคติเดิมๆ ส่วนที่ คสช.ไม่เปิดเผยสถานที่ควบคุมเพียงต้องการให้เกิดความสงบ ไม่มีอะไรไปรบกวนการหลบพ้นจากความวุ่นวาย เพื่อมาตั้งสติใช้สมาธิสงบสติอารมณ์กัน ไม่ได้ใช้เวลานาน บางรายมาแล้วกลับเลย บางราย 1 วัน 3 วัน มากที่สุดไม่เกิน 7 วัน

24.  พื้นที่ใดไม่สงบเคอร์ฟิวกลับมาอีก
ด้าน น.ส.ปถมาภรณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ทีมโฆษก คสช.ฝ่ายพลเรือน กล่าวว่า การประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว ทั่วราชอาณาจักร การข่าวจากฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง ประเมินร่วมกันแล้วว่า สถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ไม่ปรากฏว่ามีความเคลื่อนไหว ในลักษณะต่อต้าน คสช.จึงต้องการสร้างบรรยากาศที่ดี และผ่อนคลายให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว แต่หากพื้นที่ใดมีการเคลื่อนไหวที่กระทบต่อความมั่นคง คสช.อาจจะพิจารณากลับมาประกาศใช้ได้อีกเป็นรายพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีกฎอัยการศึก ควบคุมทุกพื้นที่ แต่จะเน้นใช้กฎหมายปกติ ดำเนินการกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้ยังพบว่าในช่วงการประกาศเคอร์ฟิวสถิติการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งการจราจร การพนัน อาชญากรรมลดลง จึงอยากให้ ประชาชนนำสิ่งดี ที่ปฏิบัติในช่วงประกาศเคอร์ฟิวมาใช้ ต่อไป เพื่อสร้างบรรยากาศของเมืองให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น

25.  “สีหศักดิ์” เคลียร์ยูเอ็นเอชอาร์ซี
ที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังเข้าพบหารือกับนางนาวาเนเธ็ม พิลเล ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชอาร์ซี) ในช่วงบ่ายวันที่ 13 มิ.ย. (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่าได้ชี้แจงเกี่ยวกับข้อห่วงกังวลของสหประชาชาติเกี่ยวกับการควบคุมตัว บุคคลและเสรีภาพของประชาชนที่พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ผู้ที่ถูกควบคุมตัวส่วนใหญ่ไม่ได้มีใครถูกควบคุมนานเกิน 7 วัน อีกทั้งไม่ใช่ลักษณะของการคุมขัง แต่เป็นการเชิญตัวมาพบเพื่อพูดคุยขอให้ทุกฝ่ายได้สงบลง นอกจากนี้ยังได้แจ้งให้นางพิลเลทราบถึงการยกเลิกเคอร์ฟิวทั่วประเทศแล้ว เช่นเดียวกับเสรีภาพสื่อมวลชนโดยทั่วไปก็ดีขึ้น การรายงานข่าวได้อย่างเสรี จึงขอให้ติดตามพัฒนาการของไทยที่จะดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งข้าหลวงใหญ่ฯ ยินดีรับฟังข้อมูล การแสดงความกังวลอยู่ในขอบเขตปัญหาสิทธิมนุษยชนเท่านั้น และหลังจากนี้คาดว่าข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนจะได้มีหนังสือไปยังประธาน คสช.อีกครั้ง เพื่อแสดงถึงความรับรู้ต่อพัฒนาการของสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย
กต.แจ้งเวียนทั่วโลกปลดเคอร์ฟิว

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศภายหลัง คสช.ประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 14 มิ.ย.กระทรวงการต่างประเทศได้แปลประกาศฉบับดังกล่าว ส่งเป็นหนังสือเวียนไปยังสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยทั่วโลก แล้ว พร้อมกับขอให้ติดตามท่าทีของแต่ละประเทศและรายงานกลับมา โดยเฉพาะการปรับข้อความคำแนะนำและระดับของคำเตือนของแต่ละประเทศ สำหรับผู้ที่จะเดินทางมาประเทศไทย โดยเชื่อว่าพัฒนาการในเชิงบวกครั้งนี้ จะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมีความเชื่อมั่นมากขึ้น อีกทั้งยังสอดรับกับฤดูกาลท่องเที่ยวของไทยที่จะมาถึงไม่นานนี้ ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช.ระบุว่ามีแผนจะเชิญผู้ประกอบการสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และยุโรป มาหารือเพื่อเรียกความเชื่อมั่นด้านการค้าการลงทุน นายเสขกล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศยังไม่ได้รับการประสานให้ดำเนินการใดๆ ต่อแผนดังกล่าว

26.  ไทยอ่วม ตปท.รุมจวกค้ามนุษย์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีที่ประเทศไทยเพียงประเทศเดียวที่ไม่ลงมติให้การรับรองพิธีสาร อนุสัญญาว่าด้วยแรงงานบังคับ ฉบับที่ 29 เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.จนทำให้เกิดกระแสต่อต้านจากนานาประเทศ พร้อมเผยแพร่ถึงปัญหาของไทยเรื่องการค้ามนุษย์ แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และปัญหาแรงงานประมง วันเดียวกัน นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายแรงงาน คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ได้กล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุมคณะประศาสน์การขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือไอแอลโอ สมัยที่ 321 ยืนยันว่าไทยสนับสนุนการขจัดปัญหาแรงงานบังคับ แต่เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมายภายใน จึงไม่ได้สนับสนุนร่างพิธีสารฯ แต่สนับสนุนต่างข้อแนะนำหรือ Recommendation

27.  จ่อทบทวนหวั่นเสียภาพลักษณ์
นายธานี ทองภักดี เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา กล่าวว่าคณะผู้แทนแรงงานของไทยได้แจ้งต่อการประชุมไอแอลโอว่าไทยเคยให้การ รับรองพิธีสารต่อท้ายสนธิสัญญาว่าด้วยการบังคับใช้แรงงานตั้งแต่ปี 2512 ซึ่งต้องปฏิบัติเงื่อนไขต่างๆในพิธีสารฯ เท่าที่ขอบเขตกฎหมายไทยให้ทำได้ ดังนั้นวันที่ 11 มิ.ย.จึงลงมติรับรองข้อแนะนำ แต่ไม่ลงมติรับรองพิธีสารฯ เนื่องจากต้องให้สัตยาบัน ซึ่งไทยยังไม่มีความพร้อม อย่างไรก็ตามเมื่อลงมติแล้ว ประเทศไทยเห็นความจำเป็นว่าจะต้องทบทวน เพราะไม่ต้องการส่งสัญญาณที่ผิดต่อชุมชนนานาชาติ ทำให้ในการประชุมวันต่อมาคณะผู้แทนไทยจึงได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงท่าที ที่จะทบทวนเพื่อให้การรับรองพิธีสารฯ โดยกระทรวงแรงงานจะส่งหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการถึงผู้อำนวยการอีกครั้ง

28.  “บิ๊กโด่ง” เบิกร่องดูหนังพระนเรศวรฟรี
เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. เป็นประธานในการจัดกิจกรรม “คืนความสุขให้คนในชาติ” พร้อมจัดให้มีการชมภาพยนตร์รอบพิเศษเรื่อง “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคที่ 5 ตอนยุทธหัตถี” เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมของกองทัพ ในการสร้างความปรองดองสมาน-ฉันท์ ลดความตึงเครียดจากสถานการณ์ทางการเมืองรวมทั้งปลุกจิตสำนึกให้เกิดความรัก ความสามัคคีและเทิดทูนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ผ่านการชมภาพยนตร์ โดยมี พ.ท.วันชนะ สวัสดี หรือผู้พันเบิร์ด ซึ่งรับบทเป็นสมเด็จพระนเรศวรฯ รวมทั้ง พ.อ.วินธัย สุวารี ทีมโฆษก คสช.ที่รับบทเป็นพระเอกาทศรถ พร้อมด้วยนักแสดงนำในภาพยนตร์เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง นอกจากนี้ ยังมีเวทีกิจกรรม “คืนความสุขให้คนในชาติ” บริเวณลานพาร์คพารากอน มีการแสดงดนตรีจากวงดุริยางค์ 4 เหล่า พร้อมการแสดงโชว์จากนักแสดงในเรื่องและจุดถ่ายรูปกับประชาชนที่เข้าร่วมงาน โดยมีการร่วมร้องเพลง “คืนความสุขให้ประเทศไทย” ที่ ผบ.ทบ.แต่งขึ้นดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ
รอบ ปชช. 11 โมง 15 มิ.ย.ทั่วประเทศ

29.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรม “คืนความสุขให้ประชาชน” ด้วยการชมภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรฯฟรีทั่วประเทศ ในวันอาทิตย์ที่ 15 มิ.ย. จะจัดให้มีการชมรอบเดียวทุกโรงภาพยนตร์ในเวลา 11.00 น. ผู้สนใจรับตั๋วชมภาพยนตร์ได้ที่หน้าโรงภาพยนตร์ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นความร่วมมือจากหม่อมเจ้าชาตรี เฉลิมยุคล ผู้กำกับภาพยนตร์ รวมถึงเครือบริษัทสหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล และโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการคืนความสุขให้ประชาชน โดยไม่ได้มีการจ่ายเงินค่าตั๋วหรือหักจากภาษีของประชาชน
30.  กต.ตร.ร่วมทำแผนปรองดอง
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุม กต.ตร.ในพื้นที่กรุงเทพ-มหานคร จำนวน 1,500 คน เข้าร่วมประชุมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของ ตร.ในระดับสถานีตำรวจในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเชิญ พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยเสธ.ทบ.ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) และ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. ร่วมอภิปรายเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลป้องกันคดีอาชญากรรม และความปรองดองของพี่น้องคนไทย ทั้งนี้ พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า เป็นการประชุมร่วมของ กต.ตร.ทั้งหมดในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อหาความร่วมมือในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม แจ้งเบาะแสบุคคลต้องสงสัยมีผลกระทบต่อความมั่นคง

31.  “กัมปนาท” ขอ ตร.คลุกวงในชุมชน
ช่วงบ่าย พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วย เสธ. ทบ.ในฐานะ ผอ.ศปป. กล่าวอภิปรายตอนหนึ่งว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายถือเป็นส่วนสำคัญต่อการเข้า ไปทำความเข้าใจกับชุมชนว่าการเข้ายึดอำนาจการปกครองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช. เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและแก้ปัญหาความขัดแย้งประชาชน อีกเพียง 5 เดือน พล.อ.ประยุทธ์จะเกษียณอายุราชการแล้ว หากอยากสบายก็นับเวลาถอยหลังแล้ว แต่นี่ ผบ.ทบ.ไม่ได้สบาย ต้องแบกภาระประเทศไว้ และขอให้ชี้แจงแผนโรดแม็ปประเทศ ที่ 3 เดือนจากนี้จะจัดระเบียบปัญหาที่สะสมมานาน สร้างความปรองดองให้เกิดการเปลี่ยนผ่าน

32.  “ปนัดดา” เต้นสั่งสอบงาบหัวคิว อส.
ที่ทำเนียบรัฐบาล ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ศูนย์ร้องเรียนร้องทุกข์ 1111 สำนักนายกรัฐมนตรี (นร.) ขณะนี้ประชาชน ข้าราชการทยอยแจ้งเรื่องทุจริตคอร์รัปชันข้าราชการ ผู้บังคับบัญชาในสังกัดเข้ามา ซึ่งจะตรวจสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอน โดยไม่ต้องเรียกหาใบเสร็จ แต่จะพิจารณาจากพฤติกรรมบุคคลผู้ก่อเหตุ พยานบุคคลที่รู้เห็นเหตุการณ์ โดยเฉพาะกรณีการร้องเรียนทุจริตค่าอาหารกล่องสมาชิกกองอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.)ในจังหวัดใหญ่ทางภาคเหนือ ที่มีการระบุเบิกเงินค่าอาหารแต่ละมื้อให้ อส.มื้อละ 60 บาทต่อนาย แต่มีการหักหัวคิวไป 30 บาทต่อนาย ถือเป็นการกระทำที่เป็นบาปและท้าทายคำสั่งราชการที่ให้ยึดหลักธรรมาภิบาล อย่างเคร่งครัด สร้างความด่างพร้อย ขอความร่วมมือร่วมใจพี่น้องประชาชน ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และองค์กรภาคเอกชนได้ร่วมกันเป็นหูเป็นตาตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ภาค รัฐและแจ้งมาที่ www.1111.go.th ตู้ ปณ. 1111 และสายด่วน 1111

33.  เด็ก พท.หนุนส่งทหารนั่ง ครม.ยกทีม
วันเดียวกัน นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้พรรคเพื่อไทยนิ่งอย่างเดียว ไม่มีประชุมหรือทำกิจกรรมอะไรทั้งสิ้น ทุกคนรอดูการทำงานของคสช.ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร รอดูหน้าตา ครม.ชุดใหม่ แต่คิดว่าทางที่ดีที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์-โอชา หัวหน้า คสช. ควรนั่งเป็นนายกฯ และเอาขุนทหาร พล.อ.ทั้งหลายมาเป็นรัฐมนตรี เพราะจะสามารถทำตามเจตนารมณ์ที่วางไว้ ทำตามนโยบายที่วางไว้ หากให้คนอื่นมาเป็นเดี๋ยวจะซ้ำรอยสมัย คมช.อีก ในเมื่อทำแล้วต้องทำให้สุด ถ้าท่านหวังดีกับประเทศจริงๆ อีกทั้งที่ท่านเป็นนายกฯเอง โดยเหล่า พล.อ.เป็นรัฐมนตรีจะขจัดปัญหาใครเป็นคนฝ่ายไหนได้ ไม่มีปัญหาถูกมองว่าใครเป็นกลุ่ม พธม. กปปส. ปชป.หรือ พท.แน่นอน

34.  “วิรัตน์” มั่นใจ กกต.ไม่ชี้มูลยุบ ปชป.
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายทะเบียนพรรคการเมือง เรียกนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย เข้าให้ถ้อยคำกรณียื่นคำร้องขอให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากการแถลงข่าวใส่ร้ายพรรคเพื่อไทย ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใจผิดในคะแนนนิยมว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้รับการติดต่อหรือแจ้งเรื่องจาก กกต. คงอยู่ระหว่างการสอบสวนของ กกต.ถ้าคำร้องมีมูลอาจเชิญตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์เข้าให้ถ้อยคำภายหลัง มั่นใจว่า กกต.ไม่มีโอกาสจะชี้มูลตามคำร้องของนายเรืองไกร เพราะพรรคไม่มีพฤติกรรมอย่างที่กล่าวหา มีแต่การชี้แจงตอบโต้กรณีถูกพรรคอื่นใส่ร้าย ที่ผ่านมานายเรืองไกรร้องเป็น 100 เรื่อง ถูกยุติให้คำร้องตกถึง 98 เรื่อง
ป.ป.ช.แก้ ก.ม.แจงทรัพย์สินใน 3 เดือน

35.  อีกเรื่องหนึ่ง ที่โรงแรมเดอะแกรนด์ริเวอร์ไซด์ จ.พิษณุโลก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดโครงการสื่อมวลชนสัญจร เรื่อง “ยุทธศาสตร์การบูรณาการด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารองค์กรในระดับ จังหวัด” โดยนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. บรรยายพิเศษเรื่อง “ยุทธศาสตร์การบูรณาการประชาสัมพันธ์เชิงรุก” ตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมาผู้มีหน้าที่ต้องยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. มักใช้เวลานาน บางครั้งใช้เวลา 200-300 วัน หรือ 600 วันก็มี ใครยื่นเข้ามาเร็วถือว่าแปลกมาก แต่หลังจากนี้ ป.ป.ช.จะเอาจริงจะบังคับให้ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินฯโดยเร็ว เพราะสำคัญมาก ป.ป.ช.จะใช้เป็นกลไกควบคุมการทุจริตในอนาคต ประเทศที่แก้ปัญหาทุจริตได้มาจากการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินฯ โดยจะกำหนดกรอบเวลาการยื่น จะแจ้งเตือน 3 ครั้ง ครั้งละ 1 เดือน ถ้าไม่มายื่นเข้าข่ายฐานจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินฯ ต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี เรื่องนี้เป็นมติของที่ประชุมกรรมการ ป.ป.ช.แล้ว

36.  ขอติดดาบฟันเอกชนร่วมทุจริต
นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการแก้ไขกฎหมายของ ป.ป.ช.ให้มีประสิทธิภาพเพื่อเสนอต่อ คสช.ว่า ขณะนี้สรุปได้หลายประเด็นแล้ว ส่วนที่ยังติดค้างอยู่ อาทิ การให้อำนาจ ป.ป.ช.มีอำนาจไต่สวนเอกชน ไม่ใช่แค่นักการเมืองหรือข้าราชการ รวมถึงการให้เอกชนต้องร่วมรับผิดด้วย กรณีการเข้าไปมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการทุจริต ในต่างประเทศผู้บริหารเอกชนต้องร่วมรับผิดในฐานะตัวการ ไม่ใช่ในฐานะผู้ให้การสนับสนุน ไม่เช่นนั้นบริษัทเอกชนที่ให้สินบนข้าราชการระดับสูงแล้ว เจ้าของบริษัทจะมาบอกว่าเจ้าหน้าที่ทำ แต่ตัวเองไม่รับรู้ไม่ได้ หากจะเอาผิดข้าราชการระดับสูง นักการเมืองแล้วไม่เอาผิดเจ้าของบริษัทได้อย่างไร การแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช.ให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมี 2 ทางคือ 1.ผ่านช่องทางการปฏิรูป 2.ยื่นขอแก้ไขกฎหมายไปที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่วนที่ คสช.ออกประกาศขอให้หน่วยงานด้านความยุติธรรม และองค์กรอิสระปฏิบัติอย่างเที่ยงธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ป.ป.ช.ระมัดระวังทำทุกอย่างเท่าเทียมอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคหรือ นายกฯ

37.  สัปดาห์หน้าลุ้นสอบ 8 พยานคดีข้าว
นายวิชายังกล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนคดีอาญาโครงการจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่จะพิจารณาสอบปากคำพยานเพิ่มเติม 8 ปาก ตามที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ร้องขอมาว่า ขึ้นอยู่กับที่ประชุม ป.ป.ช.จะพิจารณาในสัปดาห์หน้า ป.ป.ช.ยังจำเป็นต้องเดินหน้าคดีต่อไปต้องจบด้วยการชี้มูลหรือให้เรื่องตกไป อย่างใดอย่างหนึ่ง ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ไม่เห็นด้วยกับโครงการประกันราคาข้าวและจำนำข้าวที่ผ่านมา ป.ป.ช.เคยเสนอปัญหาโครงการจำนำข้าวและประกันราคาให้ทั้งรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์และรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทราบ หัวหน้า คสช.คงไปศึกษารายละเอียดหมดแล้ว สำหรับความคืบหน้าการไต่สวนกรณี 308 อดีต ส.ส.และ ส.ว.แก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว.โดยมิชอบ ป.ป.ช.ต้องทำให้สิ้นสุด แต่จะยุติอย่างไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ปัญหาไม่มีวุฒิสภาจะดำเนินการถอดถอนนั้น วุฒิสภารวมอยู่ในอำนาจของ คสช. ถ้ามีการตั้งรัฐบาลจะอยู่ในอำนาจสภานิติบัญญัติแห่งชาติต้องไปดู ป.ป.ช.ต้องเดินหน้าทำงานต่อไป

38.  คสช.คืนจอให้วอยซ์ทีวี-ทีนิวส์
ต่อมาเวลา 20.30 น. คสช.ออกประกาศฉบับที่ 65/2557 เรื่องการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล และระบบผ่านดาวเทียม ว่า ตามที่มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เรื่องขอให้ระงับการถ่ายทอดออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม เคเบิล โทรทัศน์ระบบดิจิตอล และสถานีวิทยุชุมชน โดยที่ปัจจุบันสถานการณ์การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสู่ประชาชนเริ่มกลับเข้าสู่ ภาวะปกติแล้ว คสช.จึงมีประกาศให้สถานีโทรทัศน์ดังต่อไปนี้ออกอากาศรายการประจำสถานีได้ตาม ปกติ ได้แก่ สถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี สถานีโทรทัศน์ทีนิวส์ โดยห้ามสร้างความขัดแย้งหรือต่อต้านการปฏิบัติงานของ คสช.

39.  ปลดแอกวิทยุชุมชนออกอากาศ
ขณะเดียวกัน ยังมีประกาศฉบับที่ 66/2557 เรื่องการออกอากาศของสถานีวิทยุกระจายเสียงที่ได้รับอนุญาตทดลองประกอบ กิจการว่า ตามที่มีประกาศคสช. ฉบับที่ 32/2557 ให้ระงับการออกอากาศสถานีวิทยุชุมชนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมาย และสถานีวิทยุกระจายเสียงที่ได้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการนั้น เพื่อให้การเผยแพร่ข่าวสารเป็นไปด้วยความถูกต้อง คสช.จึงมีประกาศให้สถานีวิทยุกระจายเสียงที่ได้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการ จากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ออกอากาศรายการได้ตามปกติ เมื่อได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และ กำกับการการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติและกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคม

40.  สั่งปราบเด็ดขาดแก๊งมอดไม้ทำลายป่า
นอกจากนี้ มีคำสั่ง คสช. ที่ 64/2557 เรื่องการปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ เพื่อให้การบริหารราชการของ คสช.ในการปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพจึงมีคำสั่ง ดังนี้

1.ให้กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองกำลังป้องกันชายแดนของกองทัพบก และกองทัพเรือ ตลอดจนหน่วยงานที่มีภารกิจและอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ปราบปรามและจับกุมผู้บุกรุก ยึดถือ ครอบครอง ทำลาย หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่า รวมทั้งผู้สมคบและสนับสนุนช่วยเหลือ ให้ได้ผลอย่างจริงจังในทุกพื้นที่ รวมทั้งสกัดกั้นการลักลอบตัดไม้มีค่าหรือไม้หวงห้าม การนำเข้าและส่งออกไม้ที่ผิดกฎหมายตลอดแนวชายแดน ตลอดจนปราบปรามเครือข่ายขบวนการตัดไม้ทำลายป่าในทุกหมู่บ้านและชุมนุมทั่ว ประเทศ

2.ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ควบคุม ตรวจสอบ กิจการการแปรรูปไม้ การตั้งโรงงานแปรรูปไม้ การค้าไม้แปรรูป ตลอดจนการค้าหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามและสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดที่ทำด้วยไม้หวงห้าม หากพบมีการปล่อยปละละเลย หรือมีเจตนาจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายที่บัญญัติไว้ ให้ลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับเจ้าของหรือผู้ประกอบการโดยทันที

3.ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบติดตามผลคดีป่าไม้และดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ ป่าที่ถูกบุกรุกทำลาย ให้คืนสภาพป่าไม้ที่สมบูรณ์ดังเดิม โดยประสานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคประชาชนและองค์กรชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการดังกล่าว อย่างจริงจัง

4.เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดปล่อยปละละเลย หรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามกรณีดังกล่าวข้างต้น จะต้องถูกดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาดโดยทันที

5.ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ติดตามผลการดำเนินการตามข้อ 1-4 และรายงานผลการปฏิบัติให้ คสช.ทราบอย่างต่อเนื่อง

41. หมอวรงค์หนุนแก้ไขกฎหมายป.ป.ช.เพิ่มอำนาจให้สามารถตรวจสอบเอกชนที่ ร่วมทุจริตคอร์รัปชั่นกับภาครัฐ.... อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1i0q9Lv
42.   ทีมโฆษกคสช.ขอบคุณภาคเอกชนร่วมจัดกิจกรรรมคืนความสุขให้คนไทยโดยเฉพาะ การฉายภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวร.... อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1hZKhNK
43. กรุงเทพโพลล์เผยคนเชื่ออีก 6 เดือนข้างหน้าเศรษฐกิจ-การเมือง-สังคมไทยดีขึ้น แต่ยังมั่นใจแก้ทุจริตคอร์รัปชั่นน้อย.... อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1hZbr7D



 

    

 

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

 
;