“ปานปรีย์ พหิทธานุกร” ลาออกจากปธ.บอร์ดปตท.แล้ว เปิดทางคสช.ได้ปฏิรูปตามแผนที่ตั้งไว้
| |
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ประธาน กรรมการบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งแล้ว โดย นายปานปรีย์ กล่าวว่า ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการ(บอร์ด) ปตท.แล้ว เพื่อเปิดทางให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ปฏิรูปตาม แผนที่ตั้งใจไว้ ทั้งนี้ส่วนตัวไม่รู้สึกกดดันเพราะผ่านการเปลี่ยนแปลงทาง การเมืองมาหลายครั้ง ประกอบกับตอนทำงานให้ไม่มีการอนุมัติหรือสร้าง ความเสียหายให้ปตท. ยืนยันว่าทำงานโปร่งใสตลอด “อุ๊งอิ๊ง” โพสไอจีคู่ “พ่อแม้ว” ที่สิงคโปร์
วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2557 เวลา 14:59:27 น.
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.แพทองธาร
ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง
ลูกสาวคนเล็กของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสภาพและข้อความ ลงบนอินสตาแกรมส่วนตัวชื่อ @ingshin21 โดยในภาพนั้น พ.ต.ท.ทักษิณกำลังโอบ ไหล่กอดน.ส.แพทองธารด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ส่วนข้อความน.ส.แพทองธารระบุว่า “Singapore, the place I found love …” หรือ สิงคโปร์ สถานที่ที่ฉันพบรัก
ทหารประสานตำรวจ คุมเข้มกิจกรรมแสดงออกสัญลักษณ์คัดค้าน
เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)
มีรายงานข่าวแจ้งว่า |
ผบ.ทบ. คือคืนความสุขให้แก่ประชาชนคนไทยเป็นการคืนความสุขบนสมมติฐานที่ว่า
เหตุการณ์ความขัดแย้งประเทศไทยในเกือบ 10 ปีที่แล้วมาทำให้คนไทยเป็นทุกข์วิธี
การดับทุกข์-คืนสุขของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นไปตามโรดแมป 3 ระยะ ที่เคยประกาศเอาไว้
หนึ่ง ใช้อำนาจระงับความขัดแย้ง ใช้ระยะเวลา 3 เดือน
สอง ปฏิรูป ใช้เวลา 1 ปีและ สาม เลือกตั้งดัง นั้น หลังจากวันที่ 22 พฤษภาคม
ซึ่งเป็นวันยึดอำนาจ ฝ่ายทหารจึงดำรงตนเป็นกลางเพื่อสลายสีเสื้อให้เห็น เริ่ม
จากการสั่งยุติเวทีชุมนุมของทุกสีในวันแรก แล้วทยอยเรียกผู้เกี่ยวข้องเข้ารายงานตัว
นอกจากนี้ยังแต่งตั้งคณะทำงานโดยใช้ทหารเข้าไปดำเนินการแทนฝ่ายการเมืองขณะ
เดียวกัน คสช. โดย พล.อ.ประยุทธ์ และรองหัวหน้า คสช. ฝ่ายต่างๆ ร่วมบริหารราชการ
แผ่นดิน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นพล.อ.ประยุทธ์ทยอยแต่งตั้งฝ่ายทหารเข้าไป
ดำเนินการบริหารประเทศทั้งในระดับมหภาคและในระดับจุลภาคการกวาดจับอาวุธสงคราม
จำนวนมาก การป้องกันและปราบปรามการค้ายาเสพติด การตั้งชุดควบคุมแท็กซี่ รถตู้
และจักรยานยนต์รับจ้างการสั่งปลดสิทธิพิเศษของบอร์ดการบินไทย เช่น เลิกโควต้าตั๋ว
บินฟรี ฯลฯ และให้ขยายผลไปถึงสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกนั้น ล้วนสร้างความเชื่อมั่นในเชิง
บริหารให้เกิดขึ้นรวม ไปถึงเหตุการณ์ล่าสุดคือ การประสานกับ กสทช.ให้ชดเชยค่า
ใช้จ่ายแก่อาร์เอสที่ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลโลก เพื่อให้โทรทัศน์ฟรีทีวีสามารถ
ดูการถ่ายทอดสดได้ครบทั้ง 64 คู่งานนี้ กสทช.ใช้เงินไป 427 ล้านบาท และทำให้คนไทย
ได้ดูฟุตบอลโลกได้ครบถ้วน
นอก จากนี้ คสช. โดยเฉพาะ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. รองหัวหน้า คสช.
ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ ยังเรียกประชุมผลักดันโครงการทางเศรษฐกิจออก
มาอย่างทันใจผู้คนทันที ที่ยึดอำนาจ ชาวนาที่เดือดร้อนเพราะไม่ได้รับเงินค่าจำนำ
ข้าว 9.2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเกิดอุปสรรคเบิกจ่ายในช่วงชัตดาวน์กรุงเทพฯ
มาคราวนี้ คสช.เร่งรัดจนสามารถมีเงินเข้าสู่ระบบ เงินที่เข้าสู่ ระบบทำให้เกิดการ
จับจ่าย ทำให้เศรษฐกิจกระเพื่อมต่อไปอีกหลายรอบ ส่งผลให้ผู้ประกอบธุรกิจเริ่มมี
เม็ดเงินจากการขายสินค้าเข้ามา
ยิ่งไปกว่านั้น พล.อ.อ.ประจินยังตอบรับยุทธศาสตร์พัฒนาการคมนาคมขนส่งของ
กระทรวงคมนาคม เพื่อนำไปดำเนินการต่อยุทธศาสตร์นี้ในสมัยรัฐบาลที่แล้วเรียกว่า
โครงการ 2 ล้านล้านบาท เป็นโครงการที่นำเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทไปสร้างถนน สร้างรถ
ไฟทางคู่สร้างท่าเทียบเรือ และสร้างรถไฟฟ้าไฮสปีด โดยกำหนดใช้เวลา 7 ปี ดำเนินการ
ให้เสร็จสิ้นมา ถึงสมัย คสช.นี้ เดิมมีข่าวว่าจะโละทิ้งโครงการดังกล่าว แต่ พล.อ.อ.ประจิน
และคณะยังเห็นความจำเป็น จึงเห็นชอบในยุทธศาสตร์ดังกล่าว โดยกำหนดให้ใช้วงเงิน
3 ล้านล้านบาท พัฒนาระบบขนส่งทางบก ทั้งระบบรางและระบบถนน พัฒนาขนส่งทางน้ำ
และรวมเอาการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองเข้าไปด้วยส่วนการสร้างรถไฟความเร็วสูงนั้นยังต้องรอต่อไปอย่างไรก็ตาม การยอมรับยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจเช่นนี้ทำให้ภาคธุรกิจแลเห็นแสงสว่างอยู่เบื้องหน้า เพราะเม็ดเงินจากการก่อสร้างจะหนุนช่วยเศรษฐกิจให้ฟูเฟื่อง นักลงทุนต่างประเทศสนใจ การ แอ๊กชั่นดังกล่าว ทำให้แลเห็นบทบาทของฝ่ายทหารในการเข้ามาบริหารประเทศเองมากขึ้น กระทั่งคาดการณ์ว่ารัฐบาลชุดใหม่และสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่จะแต่งตั้ง ขึ้นมา จะมีฝ่ายทหารเข้าไปอยู่ด้วยหลายคนเพราะทหารได้แสดงความเป็นกลาง และแสดงความสามารถในการบริหารให้เห็นแล้ว
ส่วน สภาปฏิรูปซึ่งจะถูกจำกัดหน้าที่เพียงการเสนอแนะ จะเปิดโอกาสให้คู่ขัดแย้งเข้าไปมีส่วนร่วมในการเสนอแนะ โดยให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ รับเรื่องมาพิจารณา และออกเป็นกฎหมายดังนั้น แม้จะมีองค์กรใดยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ในที่สุดก็ต้องส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติเห็นชอบก่อนจึงจะนำไปปฏิบัติได้จาก โรดแมปและการปฏิบัติของฝ่ายทหารที่ปรากฏ ชี้ให้เห็นการใช้ยุทธวิธี การเมือง แก้ไข ความขัดแย้ง ซึ่งหาก พล.อ.ประยุทธ์ นำพาฝ่ายทหารปฏิบัติการได้ตามแผน โอกาสจะบรรลุภารกิจย่อมมีสูง ยกเว้นเสียแต่ว่าจะเจออุปสรรคขัดขวาง อันประกอบด้วยอุปสรรคจากการใช้อำนาจ และอุปสรรคจากต่างประเทศ
ทั้งนี้ เพราะในระยะที่ยึดอำนาจ คสช.เป็นองค์กรบริหารประเทศที่ไม่มีการตรวจสอบ หากปรากฏว่ามีการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จไปในทางมิชอบ ย่อมกลายเป็นอุปสรรคหาก ใช้อำนาจโยกย้ายข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่โดยไม่เป็นธรรม สนับสนุนข้าราชการที่มีความเห็นเข้าข้างฝ่ายหนึ่งขึ้นมาแทนข้าราชการที่มี ความเห็นเข้าข้างอีกฝ่ายหนึ่ง การแต่งตั้งจะกลายเป็นเงื่อนไขความขัดแย้งเสียเองเช่นเดียวกับการ ใช้อำนาจไปกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน กระทบต่อเสรีภาพการเสนอข่าวสารและความคิดเห็นของสื่อ สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะกลายเป็นอุปสรรคขัดขวางการเดินตามโรดแมปแต่เข้าใจว่า คสช.เข้าใจสถานการณ์ดี พล.อ.ประยุทธ์จึงมีจังหวะการผ่อนคลาย การทยอยยกเลิกเคอร์ฟิวในบางพื้นที่ จนกระทั่งยกเลิกทั่วประเทศ ทำให้บรรยากาศตึงเครียดเริ่มคลายตัว
การทยอยปล่อยตัวผู้เข้ารายงานตัวก็ช่วยให้สถานการณ์แลดูผ่อนคลายส่วนอุปสรรคจากต่างประเทศนั้น ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศได้ช่วยชี้แนะอย่างเต็มที่อยู่แล้วปัจจัย ที่มีผลต่อการตัดสินใจดำเนินการกับประเทศไทยหรือประเทศที่มีการรัฐประหารมี อยู่ 3 ประการ ประกอบด้วย ปัจจัยกฎหมายของประเทศนั้นๆ ที่บัญญัติให้กระทำต่อประเทศที่มีการรัฐประหาร ปัจจัยการเมืองภายในของประเทศนั้นๆ ว่าจะเอื้อต่อการกระทำกับประเทศที่มีการรัฐประหารเพียงใด และปัจจัยเรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
แต่ในบรรดาปัจจัยทั้ง 3 ประการ ปัจจัยเรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยที่มีผลต่อความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศมากที่สุด เพราะประเทศอเมริกาคงไม่ยินดีที่จะให้ประเทศจีนมาลงทุนในประเทศไทยทั้งหมด หรือประเทศทางยุโรปจะยอมเปิดทางให้ประเทศอื่นเข้ามาลงทุนในประเทศไทย
การปฏิบัติต่อประเทศไทยจึงขึ้นอยู่กับปัจจัยที่น่าลงทุนด้วยไม่ใช่น้อยดังนั้น ความสำเร็จหรือล้มเหลวในภารกิจคืนความสุขให้คนไทยของ พล.อ.ประยุทธ์และคณะ จึงขึ้นอยู่กับการปฏิบัติหาก การปฏิบัติทุกอย่างยังคงหลัก เป็นกลาง ใช้อำนาจได้อย่าง สมดุล บรรลุเป้าหมายอย่างรวดเร็ว โอกาสที่ภารกิจปรองดองที่เอื้อบรรยากาศการเลือกตั้งก็มีสูงแต่ถ้าการปฏิบัติยังกดดันยืดเยื้อ กฎเหล็กไม่ผ่อนคลาย ปฏิกิริยาสะท้อนกลับย่อมทวีความรุนแรงขึ้นตามธรรมชาติวันนี้ทุกอย่างจึงขึ้นอยู่กับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
คนไทยในซิดนีย์เดินหนุน'คสช.' ประท้วง'ออสซี่'ลดสัมพันธ์ทหาร
ข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน 2557 18:55:00 น.
15 มิ.ย.57 มีรายงานข่าวว่า คนไทยที่อาศัยอยู่ในเมืองซิดนีย์
ประเทศออสเตรเลีย
ได้จัดกิจกรรมเดินพาเหรดเพื่อกู้ศักดิ์ศรีของประเทศไทย เมื่อเวลา 13.00 - 15.00 น.
ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนทหารไทย และเพื่อให้ชาวออสเตรเลียเข้าใจว่า
ทำไมถึงต้องทำการรัฐประหาร
โดยได้นัดรวมกันที่หน้าธนาคาร HSBC แล้วเดินขบวนไปยัง Town Hall
ก่อนที่ได้จัดกิจกรรมเดินพาเหรดเพื่อกู้ศักดิ์ศรีของประเทศไทย เมื่อเวลา 13.00 - 15.00 น.
ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนทหารไทย และเพื่อให้ชาวออสเตรเลียเข้าใจว่า
ทำไมถึงต้องทำการรัฐประหาร
จะเคลื่อนขบวนกลับมายังจุดเริ่มต้น ทั้งนี้ ได้กำหนดสัญลักษณ์โดยการใส่เสื้อลาย
ทหาร และมีบริการเพ้นท์หน้าลายธงชาติไทยหรือลายพรางด้วย
นอกจากนี้ ยังประท้วงรัฐบาลออสเตรเลีย ที่ลดความสัมพันธ์ทางการทหารลง หลัง
การรัฐประหารของไทย
'ผู้การวิสุทธิ์'ตอกฝาโลง'สุวิจักขณ์' แฉจัดดอกไม้ครั้งละ3แสนรับแขก
ข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน 2557 18:56:00 น.
15 มิ.ย. 57 พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร อดีตรองผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก "ผู้การวิสุทธิ์ วานิชบุตร"
เปิดเผยว่าได้รับการร้องเรียกจากเจ้าหน้าที่รัฐสภา ว่านายสุวิจักขณ์
นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ใช้งบประมาณจัดดอกไม้สด
เพื่อใช้ต้อนรับแขกที่มาเยือนรัฐสภาครั้งละ 300,000 บาท
โดยในแต่ละครั้งจะใช้เวลารับแขกที่มาเยือนเพียง 60 นาทีเท่านั้น
ซึ่งถือว่าเป็นการสิ้นเปลื้องงบประมาณโดยใช่เหตุอย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ นายสุวิจักขณ์ ถูกยื่นตรวจสอบการทุจริต กรณีใช้งบสภาอย่างทุจริต อาทิ กรณีจัดซื้อนาฬิกาติดผนังยี่ห้อ Bodet ของอักฤษ รุ่น Cristalys Date ที่มีการจัดซื้อจำนวน 200 เรือนโดยใช้งบประมาณกว่า 15 ล้านบาท หรือคิดเป็นราคาเรือนละ 75,000 บาท
ปชช.ร่วมกิจกรรมคืนความสุขฯ ทุ่ม'อาหาร-เครื่องดื่ม'ฟรีกว่า60ซุ้ม
ข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน 2557 18:19:00 น.
15 มิ.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ร่วมจัดกิจกรรม "คืนความสุขสู่ประชาชน"
ซึ่งเป็นนโยบายของ คสช.โดยภายในงานมีกิจกรรมมากมาย อาทิ วงดุริยางค์ตำรวจ
การแสดงดนตรีจาก จ๊ะ อาร์สยาม และศิลปินจำนวนมาก
ร่วมร้องเพลงบนเวทีอย่างสนุกสนาน การแสดงโชว์ของสุนัขตำรวจ และทหารม้า
วงดนตรีปี่สก๊อต โดยมีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจ
เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ที่สวนลุมพินีขณะเดียวกันยังได้จัดให้มี บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ตรวจสุขภาพ บริการอาหาร ขนมหวาน เครื่องดื่ม "ฟรี" กว่า 60 ซุ้ม
จนท.เร่งล่าคนร้ายกราดยิงชาวบ้านอ.โคกโพธิ์ เสียชีวิต1บาดเจ็บ2
ข่าวทั่วไป สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน 2557 16:18:53 น.
เกิดเหตุยิงราษฎรไทยพุทธ ในพื้นที่ ต.ทรายขาว อ.โคกโพธิ์
เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ 1 ราย คือ นางเกศณี
ร่มเกตุแก้ว อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 40 ม.2 ต.ทรายขาว
สภาพพิการแขนซ้ายตั้งแต่เด็ก ถูกยิงเข้าที่บริเวณลำตัวจำนวนหลายนัดนอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย ได้แก่ นายทรงพล คชอ่อน อายุ
44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 ม.5 ต.ทรายขาว พนักงานทีทีแอนด์ทีสำนักงานโคกโพธิ์
ถูกยิงเฉียดที่หัวไหลขวา มีแผลที่หัวเข่าจากการล้มทั้งสองข้าง และ
นายกาญจน์ จันทบูรณ์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75/2 ม.3 ต.ทรายขาว
อาชีพรับซื้อน้ำยางพารา ถูกยิงเข้าที่สีข้างด้านซ้ายทะลุขวา 1 นัดจากการสอบสวนทราบว่า
ก่อนเกิดเหตุขณะที่ผู้เสียหายกำลังนั่งพบปะพูดคุยกันบนมานั่งหินอ่อน
บริเวณเพิ่งริมทางที่เปิดจำหน่ายของชำ
ตั้งอยู่ริมถนนทางหลวงชนบทสายนาประดู่-ทรายขาว บริเวณ ม.3 ต.ทรายขาว
ได้มีคยร้ายจำนวน 4 คน ใช้รถ จยย.สวมหมวกกันน็อค เข้ามาจอดบริเวณหน้าร้าน
แล้วสองในคนร้ายใช้อาวุธปืนสงคราม และปืนพกสั้น
กราดยิงใส่เข้าไปภายในร้านก่อนที่จะเร่งเครื่องหลบหนีไปอย่างลอยนวลส่วนประเด็นสาเหตุเจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนและสอบสวนว่า เป็นเรื่องการก่อความไม่สงบในพื้นที่หรือไม่อย่างไรอินโฟเควสท์ โดย นิศารัตน์ วิเชียรศรี โทร.02-2535000 ต่อ 322 อีเมล์: nisarat@infoquest.co.th-ดร.สมเกียรติว่างมาก เพิ่งดูบอลโลกจบ (แบบเสียเงิน) โพสต์คสช.เปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษแล้ว
ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล นักสื่อสารมวลชนชื่อดังและอดีตส.ว.โพสต์ในเฟซบุ๊ก Somkiat Onwimon เวลาประมาณ 08.35 น.วันที่ 14 มิถุนายน คสช.เปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษแล้ว จาก "National Peace and order Maintaining Council" (NPOMC) เป็น "National Council for Peace and Order" (NCPO) ชื่อภาษาไทยคงเดิม คือ "คณะรักษาความสงบแห่งชาติ"
ชื่อภาษาไทย กับ ชื่อภาษาอังกฤษ
ทั้งเก่าและใหม่ ถึงจะแปลแบบไหนก็ไม่ตรงกับชื่อภาษาไทย เพราะ "Peace" แปลว่า "สันติภาพ"; "Order" แปลว่า
"ความเป็นระเบียบเรียบร้อย"; "Maintaining" แปลว่า "การดูแลรักษา" หรือ "การบำรุงรักษา"; "Council"
แปลว่า "สภา" หรือ "คณะมนตรี"ก็ไม่จำเป็นต้องแปลให้ตรงตามตัวอักษร
เพราะถึงอย่างไรก็ได้ความหมายใกล้เคียงหรือตรงกัน ที่เห็นประดักประเดิดคือต้วย่อชื่อเก่า "NPOMC"
ส่วนตัวย่อชื่อใหม่ "NCPO" จะกระชับกว่า แต่ถ้าจะเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษใหม่อีกที เป็น "National
Peace and Order Council" ก็จะยิ่งกระชับขึ้น แล้วจะได้ตัวย่อ "NPOC" ซึ่งอ่านสะดวกกว่า
เพราะจะอ่านเป็นคำได้ ว่า "N-POC / เอ็นป๊อค"ขออภัยครับ ว่างมาก
ไม่มีอะไรทำ เพิ่งดูบอลโลกจบ ดูแบบเสียเงินครับ
′ปนัดดา′ขอข้าราชการทำงานเพื่อประเทศ ไม่ประจบนักการเมือง รังแกประชาชน
วันที่ 13 มิถุนายน ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จังหวัดนนทบุรี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อเรื่อง ประเทศไทย : แผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง แก่ข้าราชการหลักสูตรนักบริหารระดับสูง
โดย
มีข้อความตอนหนึ่ง ว่า
ถือเป็นโอกาสอันดีที่คนไทยจะได้ช่วยกันกลับฟื้นคืนสถานภาพของสถาบันข้า
ราชการไทยให้กลับมาเป็นสถาบันที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรีในฐานะข้าราชการของ
ประชาชน ข้าราชการของในหลวง
ไม่ใช่ข้าราชการที่ต้องเที่ยวไปประจบประแจงสอพลอนักการเมืองอีกต่อไปสิ่งแรกบุคคลที่หัวขององค์กรหรือหัวหน้าส่วนราชการ
หากตัวหัวหน้ามุ่งมั่นปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดี เคารพกฎระเบียบ
ไม่ลุแก่อำนาจ และไม่นิยมการถูกเอาอกเอาใจอย่างผิดๆ
องค์กรนั้นและสังคมที่เป็นภาพรวมย่อมจะมีวิวัฒนาการในเชิงบวก
ขอฝากผู้บริหารทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น
ขอให้ร่วมกันยึดมั่นปรัชญาคำสอนพระราชทานที่ข้าราชการพึงจะต้องเป็นแบบอย่าง
แห่งความถูกต้องและความดีงามแก่สังคม
"ข้า
ราชการมีหน้าที่รับผิดชอบในการบำบัดทุกข์-บำรุงสุขและการดำรงรักษาประเทศ
ไม่ใช่อำนาจที่จะนำไปใช้ข่มเหงรังแกประชาชนและเอารัดเอาเปรียบประเทศชาติ
ขอให้ช่วยกันอธิบายให้ต่างประเทศเข้าใจว่าที่นี่ คือ
ประเทศไทยที่เราทุกคนรักและหวงแหนยิ่งชีวิต เราเกิดที่นี่ เราตายที่นี่
เราไม่มีแผ่นดินอื่นใดอีกแล้ว
การเมืองได้ทำให้ชาติบ้านเมืองของเราแตกแยกจนกระทั่งระบบของประเทศไม่สามารถ
ก้าวเดินต่อไปได้
ขอเวลาให้เราคนไทยกลับฟื้นคืนดีประเทศชาติบ้านเมืองไทยด้วย"
ท่าทีต่างชาติจากมุมมอง "ทูตไทย" ประจำออสเตรเลีย -เยอรมนี-อียู (1)
สัมภาษณ์พิเศษ มติชนรายวัน 15 มิ.ย.
2557
หมายเหตุ - "มติชน"
ถือโอกาสที่กระทรวงการต่างประเทศเชิญเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทย
เดินทางกลับมาร่วมหารือกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สอบถามถึงท่าทีและปฏิกิริยาของประเทศต่างๆ
เกี่ยวกับสถานการณ์ในไทย
มาริษ เสงี่ยมพงษ์
เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา
ออสเตรเลียมีปฏิกิริยาหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองพอสมควร แต่สิ่งที่ออกมาเน้นไปที่ความร่วมมือทางทหารซึ่งเป็นมาตรการที่เขาใช้เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกาและประเทศตะวันตก เพื่อตอบคำถามสังคมว่าเขามีมาตรการชัดเจนที่จะสนับสนุนให้ประเทศต่างๆ พัฒนาประชาธิปไตยต่อไป
หลังวันที่ 22 พฤษภาคม สถานเอกอัครราชทูตพยายามรักษาช่องทางและให้ความสำคัญในการพูดคุยกับทุกภาคส่วน ผมเดินทางไปพบกระทรวงต่างประเทศออสเตรเลีย ได้อธิบายให้เขาเห็นว่าไทยเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงการเมืองความมั่นคงในภูมิภาค ปัญหาที่เกิดในไทยจึงจำเป็นต้องยุติเพราะไม่ได้สร้างความเสียหายกับไทยเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายกับภูมิภาคด้วย พร้อมกับยืนยันว่า ไทยยังยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย เรากำลังพยายามเปลี่ยนแปลงไปเป็นประชาธิปไตยที่ทุกฝ่ายยอมรับและอยากเห็น เพื่อให้ไทยหลุดพ้นจากปัญหา หากดูจากตัวเลขบ่งชี้ทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคหรือตลาดหลักทรัพย์ ทุกอย่างดีขึ้น น่าจะช่วยให้เขาเห็นถึงความจำเป็นที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
หลังการชี้แจง คิดว่าออสเตรเลียเข้าใจเราดีขึ้น ขณะนี้คิดว่าเขารู้สึกกังวลว่าเราเสียความรู้สึกกับเขา และพยายามอธิบายว่าเขาเข้าใจว่าเขาออกมาแสดงท่าทีเร็วเกินไป เพราะแม้แต่สหภาพยุโรปก็ยังไม่มีท่าทีรวดเร็วเช่นนี้ แต่เขาบอกว่าเป็นเรื่องที่ฝ่ายกฎหมายดำเนินการ สำหรับภาคธุรกิจออสเตรเลียไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น ANZ ธนาคารขนาดใหญ่ของออสเตรเลียยืนยันว่าพร้อมจะเข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น และในวันที่ 19-20 มิถุนายนนี้ รัฐมนตรีเกษตรของรัฐวิคตอเรียก็ยังยืนยันที่จะเดินทางเยือนไทยเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านเกษตรกับไทยต่อไป
ผมยังได้พบกับรัฐมนตรีพาณิชย์ออสเตรเลียเพื่อยืนยันกับเขาว่า ไทยยังยึดมั่นในพันธกรณีที่จะพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกับเขาในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกัน แม้จะเกิดปัญหาบ้าง แต่การพัฒนาเศรษฐกิจก็ต้องดำเนินต่อไปซึ่งเขาก็เข้าใจ ผมได้เชิญเขามาเยือนไทยซึ่งเขาตอบรับในหลักการและยินดีที่จะมา ขณะนี้อยู่ระหว่างหาวันที่เหมาะสมต่อไป
หลังกลับไปจะไปพบกับ ผบ.สส.ออสเตรเลีย เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการลดความร่วมมือทางทหาร ทั้งนี้ เชื่อว่าความสัมพันธ์ทางทหารยังเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่เขาต้องแสดงมาตรการในบางเรื่อง ส่วนที่มีรายงานว่าทางการออสเตรเลียไม่ออกวีซ่าให้กับภริยาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทางการออสเตรเลียปฏิเสธข่าวดังกล่าวแล้ว
นงนุช เพ็ชรรัตน์
เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน
เยอรมนีบอกว่าเขาต้องถือหลักการประชาธิปไตยก่อน อย่างไรก็ดี สิ่งที่ คสช.ประกาศออกมาหลังจากนั้น ไม่ว่าโรดแมปทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ชัดเจน การพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน การเดินหน้าสู่ประชาคมอาเซียน ความร่วมมือที่มีไม่มีการเปลี่ยนแปลง เหล่านี้เป็นสิ่งที่เขาอยากเห็น ท่าทีของประเทศเยอรมนีต่อประเทศไทยคือ ไม่ได้มีการลดทอนความสัมพันธ์และมีความเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
สำหรับภาคธุรกิจ ในส่วนของบริษัทขนาดใหญ่ของเยอรมนีไม่กังวลอะไรมากเพราะเขารู้จักประเทศไทย จึงไม่ตื่นตระหนกและเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในไทย และยังคงเดินหน้าตัดสินใจลงทุนในไทยต่อไป อาทิ บริษัท โฟล์กสวาเกน ที่ยังจะนำเงินมาลงทุนในไทยจำนวน 4,000 ล้านบาท
ยอมรับว่าเหตุที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของกลุ่มผู้ ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่จะเข้ามาลงทุนในไทยบ้าง เพราะนักธุรกิจกลุ่มนี้ยังไม่มีความเข้าใจต่อสถานการณ์ในไทยมากพอ ก่อนหน้านี้สมาคมมาตรฐานวิชาชีพเกี่ยวกับธุรกิจด้านอิเล็กทรอนิกส์ของ เยอรมนีสนใจที่จะเข้ามาพัฒนานักเรียนอาชีวศึกษาของไทยให้มีมาตรฐานวิชาชีพ สูงขึ้นเพื่อรองรับผู้ประกอบธุรกิจของเขา แต่ได้ชะงักไปเมื่อเกิดเหตุใหม่ๆ ล่าสุดเขาก็มาคุยกับหน่วยงานไทยว่าจะเดินหน้าต่อไป จึงอยากให้มองเรื่องที่เกิดขึ้นว่าเป็นการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสมากกว่า
มองว่าท่าทีของภาครัฐหรือภาคธุรกิจของเยอรมนีไม่ใช่สิ่งน่ากังวล แต่อยู่ที่ต่อไปเราจะนำแผนต่างๆ ที่ประกาศมาไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้หรือไม่ หลังจากกลับไปก็จะนำข้อมูลที่ได้จากการหารือร่วมกับ คสช.ไปชี้แจงกับฝ่ายเยอรมนี ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถเรียกความเชื่อมั่นจากทุกภาคส่วนกลับมาได้อย่างแน่นอน
นพปฎล คุณวิบูลย์
เอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ และหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป
ท่าทีสหภาพยุโรป (อียู) เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ยังเป็นบวก เขามีความเข้าใจสถานการณ์ในไทยเพียงพอ ถ้าไทยทำอะไรที่ตอบปัญหาความกังวลของเขาได้ อาทิ สิทธิเสรีภาพสื่อ การมีโรดแมปที่ชัดเจน และกำหนดเวลาเรื่องการเลือกตั้ง ก็จะช่วยให้เขาสามารถให้การสนับสนุนไทยต่อไปได้ คิดว่าเขาเข้าใจบริบทของไทยพอสมควร แต่ต้องเข้าใจว่าอียูมี 28 ประเทศ เวลาทำอะไรก็ต้องรอฟังสมาชิกทั้งหมดว่าเขามีท่าทีอย่างไร ประเทศส่วนใหญ่มีท่าทีกลางๆ แต่ก็มีบางประเทศที่ยึดมั่นในหลักประชาธิปไตยซึ่งเขาก็มีท่าทีแรง เพราะเป็นสิ่งที่เขายึดถือ เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นเขาก็ต้องแสดงท่าที
ส่วนภาคธุรกิจเขาเข้าใจดีเพราะค้าขายกับไทยมานาน ก่อนกลับมามีการจัดสัมมนาความสำเร็จของนักธุรกิจเบลเยียมที่ประสบความสำเร็จในการเดินทางมาไทยเมื่อปีก่อน ไม่มีใครพูดถึงปัญหาการเมือง พูดถึงความไม่มั่นใจในความไม่ปลอดภัย เขาเข้าใจว่าไทยผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาหลายครั้ง
ขณะที่การยกเลิกเคอร์ฟิวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นเรื่องดี เพราะคนเบลเยียมอยากได้ความมั่นใจว่ามาเที่ยวไทยจะไม่ลำบากในการเดินทาง สนามบินไม่ถูกปิด ถ้าให้ความมั่นใจได้เขาก็อยากจะมา เท่าที่ได้คุยกับผู้จัดการการบินไทยซึ่งมีเที่ยวบินตรง 3 เที่ยวต่อสัปดาห์ เดือนสิงหาคมเครื่องก็ยังเต็มอยู่ หลังกันยายนไปแล้วถ้าสถานการณ์ดีขึ้นก็เชื่อว่าสถานการณ์ในภาพรวมยังจะดีต่อไป
มาริษ เสงี่ยมพงษ์
เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา
ออสเตรเลียมีปฏิกิริยาหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองพอสมควร แต่สิ่งที่ออกมาเน้นไปที่ความร่วมมือทางทหารซึ่งเป็นมาตรการที่เขาใช้เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกาและประเทศตะวันตก เพื่อตอบคำถามสังคมว่าเขามีมาตรการชัดเจนที่จะสนับสนุนให้ประเทศต่างๆ พัฒนาประชาธิปไตยต่อไป
หลังวันที่ 22 พฤษภาคม สถานเอกอัครราชทูตพยายามรักษาช่องทางและให้ความสำคัญในการพูดคุยกับทุกภาคส่วน ผมเดินทางไปพบกระทรวงต่างประเทศออสเตรเลีย ได้อธิบายให้เขาเห็นว่าไทยเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงการเมืองความมั่นคงในภูมิภาค ปัญหาที่เกิดในไทยจึงจำเป็นต้องยุติเพราะไม่ได้สร้างความเสียหายกับไทยเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายกับภูมิภาคด้วย พร้อมกับยืนยันว่า ไทยยังยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย เรากำลังพยายามเปลี่ยนแปลงไปเป็นประชาธิปไตยที่ทุกฝ่ายยอมรับและอยากเห็น เพื่อให้ไทยหลุดพ้นจากปัญหา หากดูจากตัวเลขบ่งชี้ทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคหรือตลาดหลักทรัพย์ ทุกอย่างดีขึ้น น่าจะช่วยให้เขาเห็นถึงความจำเป็นที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
หลังการชี้แจง คิดว่าออสเตรเลียเข้าใจเราดีขึ้น ขณะนี้คิดว่าเขารู้สึกกังวลว่าเราเสียความรู้สึกกับเขา และพยายามอธิบายว่าเขาเข้าใจว่าเขาออกมาแสดงท่าทีเร็วเกินไป เพราะแม้แต่สหภาพยุโรปก็ยังไม่มีท่าทีรวดเร็วเช่นนี้ แต่เขาบอกว่าเป็นเรื่องที่ฝ่ายกฎหมายดำเนินการ สำหรับภาคธุรกิจออสเตรเลียไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น ANZ ธนาคารขนาดใหญ่ของออสเตรเลียยืนยันว่าพร้อมจะเข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น และในวันที่ 19-20 มิถุนายนนี้ รัฐมนตรีเกษตรของรัฐวิคตอเรียก็ยังยืนยันที่จะเดินทางเยือนไทยเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านเกษตรกับไทยต่อไป
ผมยังได้พบกับรัฐมนตรีพาณิชย์ออสเตรเลียเพื่อยืนยันกับเขาว่า ไทยยังยึดมั่นในพันธกรณีที่จะพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกับเขาในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกัน แม้จะเกิดปัญหาบ้าง แต่การพัฒนาเศรษฐกิจก็ต้องดำเนินต่อไปซึ่งเขาก็เข้าใจ ผมได้เชิญเขามาเยือนไทยซึ่งเขาตอบรับในหลักการและยินดีที่จะมา ขณะนี้อยู่ระหว่างหาวันที่เหมาะสมต่อไป
หลังกลับไปจะไปพบกับ ผบ.สส.ออสเตรเลีย เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการลดความร่วมมือทางทหาร ทั้งนี้ เชื่อว่าความสัมพันธ์ทางทหารยังเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่เขาต้องแสดงมาตรการในบางเรื่อง ส่วนที่มีรายงานว่าทางการออสเตรเลียไม่ออกวีซ่าให้กับภริยาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทางการออสเตรเลียปฏิเสธข่าวดังกล่าวแล้ว
นงนุช เพ็ชรรัตน์
เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน
เยอรมนีบอกว่าเขาต้องถือหลักการประชาธิปไตยก่อน อย่างไรก็ดี สิ่งที่ คสช.ประกาศออกมาหลังจากนั้น ไม่ว่าโรดแมปทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ชัดเจน การพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน การเดินหน้าสู่ประชาคมอาเซียน ความร่วมมือที่มีไม่มีการเปลี่ยนแปลง เหล่านี้เป็นสิ่งที่เขาอยากเห็น ท่าทีของประเทศเยอรมนีต่อประเทศไทยคือ ไม่ได้มีการลดทอนความสัมพันธ์และมีความเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
สำหรับภาคธุรกิจ ในส่วนของบริษัทขนาดใหญ่ของเยอรมนีไม่กังวลอะไรมากเพราะเขารู้จักประเทศไทย จึงไม่ตื่นตระหนกและเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในไทย และยังคงเดินหน้าตัดสินใจลงทุนในไทยต่อไป อาทิ บริษัท โฟล์กสวาเกน ที่ยังจะนำเงินมาลงทุนในไทยจำนวน 4,000 ล้านบาท
ยอมรับว่าเหตุที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของกลุ่มผู้ ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่จะเข้ามาลงทุนในไทยบ้าง เพราะนักธุรกิจกลุ่มนี้ยังไม่มีความเข้าใจต่อสถานการณ์ในไทยมากพอ ก่อนหน้านี้สมาคมมาตรฐานวิชาชีพเกี่ยวกับธุรกิจด้านอิเล็กทรอนิกส์ของ เยอรมนีสนใจที่จะเข้ามาพัฒนานักเรียนอาชีวศึกษาของไทยให้มีมาตรฐานวิชาชีพ สูงขึ้นเพื่อรองรับผู้ประกอบธุรกิจของเขา แต่ได้ชะงักไปเมื่อเกิดเหตุใหม่ๆ ล่าสุดเขาก็มาคุยกับหน่วยงานไทยว่าจะเดินหน้าต่อไป จึงอยากให้มองเรื่องที่เกิดขึ้นว่าเป็นการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสมากกว่า
มองว่าท่าทีของภาครัฐหรือภาคธุรกิจของเยอรมนีไม่ใช่สิ่งน่ากังวล แต่อยู่ที่ต่อไปเราจะนำแผนต่างๆ ที่ประกาศมาไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้หรือไม่ หลังจากกลับไปก็จะนำข้อมูลที่ได้จากการหารือร่วมกับ คสช.ไปชี้แจงกับฝ่ายเยอรมนี ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถเรียกความเชื่อมั่นจากทุกภาคส่วนกลับมาได้อย่างแน่นอน
นพปฎล คุณวิบูลย์
เอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ และหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป
ท่าทีสหภาพยุโรป (อียู) เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ยังเป็นบวก เขามีความเข้าใจสถานการณ์ในไทยเพียงพอ ถ้าไทยทำอะไรที่ตอบปัญหาความกังวลของเขาได้ อาทิ สิทธิเสรีภาพสื่อ การมีโรดแมปที่ชัดเจน และกำหนดเวลาเรื่องการเลือกตั้ง ก็จะช่วยให้เขาสามารถให้การสนับสนุนไทยต่อไปได้ คิดว่าเขาเข้าใจบริบทของไทยพอสมควร แต่ต้องเข้าใจว่าอียูมี 28 ประเทศ เวลาทำอะไรก็ต้องรอฟังสมาชิกทั้งหมดว่าเขามีท่าทีอย่างไร ประเทศส่วนใหญ่มีท่าทีกลางๆ แต่ก็มีบางประเทศที่ยึดมั่นในหลักประชาธิปไตยซึ่งเขาก็มีท่าทีแรง เพราะเป็นสิ่งที่เขายึดถือ เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นเขาก็ต้องแสดงท่าที
ส่วนภาคธุรกิจเขาเข้าใจดีเพราะค้าขายกับไทยมานาน ก่อนกลับมามีการจัดสัมมนาความสำเร็จของนักธุรกิจเบลเยียมที่ประสบความสำเร็จในการเดินทางมาไทยเมื่อปีก่อน ไม่มีใครพูดถึงปัญหาการเมือง พูดถึงความไม่มั่นใจในความไม่ปลอดภัย เขาเข้าใจว่าไทยผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาหลายครั้ง
ขณะที่การยกเลิกเคอร์ฟิวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นเรื่องดี เพราะคนเบลเยียมอยากได้ความมั่นใจว่ามาเที่ยวไทยจะไม่ลำบากในการเดินทาง สนามบินไม่ถูกปิด ถ้าให้ความมั่นใจได้เขาก็อยากจะมา เท่าที่ได้คุยกับผู้จัดการการบินไทยซึ่งมีเที่ยวบินตรง 3 เที่ยวต่อสัปดาห์ เดือนสิงหาคมเครื่องก็ยังเต็มอยู่ หลังกันยายนไปแล้วถ้าสถานการณ์ดีขึ้นก็เชื่อว่าสถานการณ์ในภาพรวมยังจะดีต่อไป
สหรัฐแถลงระงับแล้ว เงินช่วยเหลือไทยชุดแรก 112 ล้าน โครงการทุนซื้ออาวุธ
สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันที่ 23 พ.ค. ตามเวลาสหรัฐอเมริกา ว่า น.ส.มารี
ฮาร์ฟ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แถลงว่า
รัฐบาลสหรัฐตัดสินใจระงับเงินช่วยเหลือด้านการทหารแก่ไทยในเบื้องต้น 3.5 ล้านดอลลาร์ หรือราว 112
ล้านบาท หลังจากเกิดการรัฐประหารในไทย
ขณะเดียวกัน
รัฐบาลสหรัฐกำลังทบทวนความช่วยเหลือระดับทวิภาคีต่อไทย มูลค่า 7 ล้านดอลลาร์ หรือราว 224 ล้านบาท
และความช่วยเหลือจากโครงการระดับสากลและระดับภูมิภาคเป็นลำดับต่อไป
สำหรับโครงการที่ระงับไปแล้วได้แก่โครงการการ
เงินด้านการทหารต่างประเทศที่ให้ทุนสำหรับการซื้ออาวุธโครงการอบรมและให้การ
ศึกษาด้านการทหารระหว่างประเทศแก่เจ้าหน้าที่
รายงานระบุว่าไทยเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนทางทหารที่ใกล้ชิดกับสหรัฐเหตุรัฐประหารล่าสุดนี้นายจอห์น
แคร์รี่
รมว.สหรัฐแถลงว่าไม่มีเหตุผลอันชอบด้วยกฎหมายและขอให้ฟื้นฟูรัฐบาลพลเรือนพร้อมกลับสู่ประชาธิปไตยโดยเร็ว
วันนี้ (14 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าว รายงาน บรรยากาศหน้าหอประชุมกองทัพ เทเวศร์ เมื่อเวลา 11.00 น. หลังจากที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่ง ฉบับที่ 65 ให้บุคคลเดินทางมารายงานตัว ที่ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในเวลา 10.00 - 12.00 น. วันนี้ จำนวน 6 คน คือ นายนางสาวกัญยาภัค มณีจักร, นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย, พ.ท.สมจิตร เชื้อเดช, นายสมชาย มงคงทรัพย์, นายธนิต บุญญนสินีเกษม และ นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
โดยผู้มีรายชื่อคนแรกที่เข้ารายงานตัวในวันนี้ เวลา 10.35 น. คือ พ.ท.สมจิตร เชื้อเดช นายทหารนอกราชการ แกนนำ นปช.อุตรดิตถ์ ขณะที่ นายสมชาย มงคลทรัพย์ แกนนำ นปช.แดง แม่ฮ่องสอน 52 ,นายธนิต บุญญนสินีเกษม เฮียแดง แกนนำกลุ่มพลังมวลชนเชียงราย และนายประสิทธิ์ วุฒินันชัย เดินทางตามมา
สำหรับผู้มีรายชื่อ ที่ยังไม่เดินทางมารายงานตัว คือ นางสาวกัญญาภัค มณีจักร หรือ
ดีเจอ้อม แกนนำแดงเชียงใหม่ และนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์คณะศิลปศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ทั้งนี้ นายอานนท์ นำภา ทนายความกลุ่มเสื้อแดง เดินทางมาพร้อมกับแนวร่วม นปช. ที่มีชื่อรายงานตัวตามคำสั่งด้วย
ปลัดต่างประเทศยันไทยไม่ถอยหนีจากความเป็นประชาธิปไตย
คำแถลงของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ภายหลังเดินทางกลับจากเข้าร่วมประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่12มิถุนายน
ก.คลัง เร่งสรุปบัญชีข้าวคงเหลือ สรุปให้ได้ภายใน24มิ.ย.
รายงานข่าวแจ้งว่า
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2557นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง
เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือของรัฐ
เพื่อกำหนดแนวทางในการจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือของรัฐ โดยมีนายมนัส แจ่มเวหา
อธิบดีกรมบัญชีกลาง
ในฐานะอนุกรรมการและเลขานุการคณะอนุกรรมการจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือของรัฐเข้า
ร่วมประชุมด้วย
ที่
ประชุมมีมติ 3 เรื่องคือ 1.
แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือตามโครงการของรัฐ โดยมีนางสาวชุติมา
บุณยประภัศร ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานคณะทำงาน
2. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งข้อมูลให้ประธานคณะทำงานดังกล่าวภายในวันที่ 13 มิถุนายน
3.
ให้คณะทำงานจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือตามนโยบายของรัฐ
และรายงานผลการจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือของรัฐ
ต่อคณะอนุกรรมการจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือของรัฐ ในวันที่ 24 มิถุนายน
สำหรับ
การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่
176/2557 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ
จัดทำบัญชีข้าวคงเหลือของรัฐลงวันที่ 6 มิถุนายน 2557

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น