วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ผู้ว่าการ ธปท.ชี้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพ แนวโน้มครึ่งปีหลังดีขึ้น

นาย ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ(จีดีพี) ปีนี้จะขยายตัวได้ไม่มากนัก เนื่องจากข้อจำกัดต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามมีแนวโน้มที่จะปรับดีขึ้น สะท้อนจากตัวเลขเศรษฐกิจ เดือนเมษายนและพฤษภาคมที่ทรงตัว ไม่ได้มีสัญญาณชะลอลง อีกทั้งในด้านความเชื่อมั่นของผู้บริโภคดีขึ้น แต่กำลังการบริโภคและการใช้จ่ายอาจจะไม่พื้นกลับมาเต็มที่ เพราะยังมีหนี้ครัวเรือนในระดับสูง 

ส่วน ด้านการคลัง การจัดทำงบประมาณคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคมปีนี้ จากที่คาดว่าจะล่าช้าออกไปถึงเดือนเมษายน ปี 2558 ทำให้มีงบประมาณจากภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งอาจไม่เห็นผลชัดเจนในปีนี้ แต่ไปส่งผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจปีหน้า

สำหรับ การส่งออกที่หวังจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของปีนี้ ยังขยายตัวได้อย่างช้าๆ  ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่มีผลต่อเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าของไทย การลงทุนของภาคเอกชน รอดูความชัดเจนด้านการบริหารประเทศ รวมถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งหากมีความมั่นใจกับสถานการณ์เชื่อว่าการลงทุนก็จะตามมา

"จี ดีพีไตรมาสแรกออกมาติดลบ แต่ขณะนี้เครื่องยนต์ต่าง ๆ ที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจเริ่มติดเครื่อง ทำให้จีดีพีไตรมาสสอง เทียบไตรมาสต่อไตรมาสและเทียบปีต่อปีคาดว่าจะไม่ติดลบ อย่างไรก็ตามจีดีพีปีหน้าน่าจะขยายตัวได้ดี ซึ่งธปท. จะมีการประมาณการณ์ตัวเลขใหม่ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในวันที่ 18 มิถุนายนนี้" 

นาย ประสารกล่าวด้วยว่า นโยบายการเงินขณะนี้สนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอยู่แล้ว ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับต่ำ สภาพคล่องในระบบมีมาก อัตราแลกเปลี่ยนมีเสถียรภาพ สถาบันการเงินมีความแข็งแกร่ง รวมถึงการอันดับเครดิตเรทติ้งของสถาบันต่าง ๆ ยังมองว่าเศรษฐกิจไทยมีเสถียรภาพ อย่างไรก็ตามความท้าทายในระยะปานกลาง คือ แก้ไขจุดอ่อนและพัฒนาประเทศไปสู่ความเข้มแข็ง

นาย ประสารกล่าวถึงการจัดทำโรดแมปเศรษฐกิจเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ว่า การทำโรดแมปเป็นการแสดงความตั้งใจว่าจะทำอะไร ซึ่งที่ผ่านมาเราก็เคยมีโรดแมปมาแล้วหลายเล่ม แต่หัวใจที่สำคัญที่แท้จริงที่จะเรียกความเชื่อมั่น คือ การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจอย่างสมเหตุสมผล และคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ

"การ ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจอย่างสมเหตุสมผล คือ อย่าไปทำแบบราคาข้าวอยู่ที่ 7,000-8,000 บาทต่อตัน แต่ไปรับซื้อที่ 15,000 บาทต่อตัน ต่างชาติเขาก็งง หรือ กรุงเทพฯ รถติด ทุกคนบอกเราต้องสร้างขนส่งมวลชน แต่กลับมีนโยบายใครซื้อรถใหม่ คืนเงินให้ เป็นต้น"

ส่วน ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากกรณีการปรับราคาก๊าซแอลพีจีนั้น ราคาพลังงานในตลาดโลกทรงตัว เนื่องจากไม่มีแรงกดดันด้านอุปทาน ส่วนเรื่องราคาพลังงานในประเทศนั้น สำหรับไทยมีโจทย์เก่าที่ต้องคลี่คลายในจังหวะและเวลาที่เหมาะสม

"ของ ถ้าราคาสูง ไม่ควรจะกดให้ต่ำ เพราะอะไรที่กดไว้ วันหนึ่งก็อาจจะเด้งออกมาจนเกิดความเสียหาย วิธีที่ดีที่สุด คือ พยายามคลี่คลายให้สอดคล้องกับความเป็นจริง" 



0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

 
;