นาย
ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า
อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ(จีดีพี) ปีนี้จะขยายตัวได้ไม่มากนัก
เนื่องจากข้อจำกัดต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามมีแนวโน้มที่จะปรับดีขึ้น สะท้อนจากตัวเลขเศรษฐกิจ
เดือนเมษายนและพฤษภาคมที่ทรงตัว ไม่ได้มีสัญญาณชะลอลง
อีกทั้งในด้านความเชื่อมั่นของผู้บริโภคดีขึ้น
แต่กำลังการบริโภคและการใช้จ่ายอาจจะไม่พื้นกลับมาเต็มที่
เพราะยังมีหนี้ครัวเรือนในระดับสูง
ส่วน
ด้านการคลัง การจัดทำงบประมาณคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคมปีนี้
จากที่คาดว่าจะล่าช้าออกไปถึงเดือนเมษายน ปี 2558
ทำให้มีงบประมาณจากภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
ซึ่งอาจไม่เห็นผลชัดเจนในปีนี้ แต่ไปส่งผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจปีหน้า
สำหรับ
การส่งออกที่หวังจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของปีนี้
ยังขยายตัวได้อย่างช้าๆ
ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่มีผลต่อเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าของไทย
การลงทุนของภาคเอกชน รอดูความชัดเจนด้านการบริหารประเทศ
รวมถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
ซึ่งหากมีความมั่นใจกับสถานการณ์เชื่อว่าการลงทุนก็จะตามมา
"จี
ดีพีไตรมาสแรกออกมาติดลบ แต่ขณะนี้เครื่องยนต์ต่าง ๆ
ที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจเริ่มติดเครื่อง ทำให้จีดีพีไตรมาสสอง
เทียบไตรมาสต่อไตรมาสและเทียบปีต่อปีคาดว่าจะไม่ติดลบ
อย่างไรก็ตามจีดีพีปีหน้าน่าจะขยายตัวได้ดี ซึ่งธปท.
จะมีการประมาณการณ์ตัวเลขใหม่ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในวันที่
18 มิถุนายนนี้"
นาย
ประสารกล่าวด้วยว่า
นโยบายการเงินขณะนี้สนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอยู่แล้ว
ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับต่ำ สภาพคล่องในระบบมีมาก
อัตราแลกเปลี่ยนมีเสถียรภาพ สถาบันการเงินมีความแข็งแกร่ง
รวมถึงการอันดับเครดิตเรทติ้งของสถาบันต่าง ๆ
ยังมองว่าเศรษฐกิจไทยมีเสถียรภาพ อย่างไรก็ตามความท้าทายในระยะปานกลาง คือ
แก้ไขจุดอ่อนและพัฒนาประเทศไปสู่ความเข้มแข็ง
นาย
ประสารกล่าวถึงการจัดทำโรดแมปเศรษฐกิจเพื่อสร้างความเชื่อมั่น
ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ว่า
การทำโรดแมปเป็นการแสดงความตั้งใจว่าจะทำอะไร
ซึ่งที่ผ่านมาเราก็เคยมีโรดแมปมาแล้วหลายเล่ม
แต่หัวใจที่สำคัญที่แท้จริงที่จะเรียกความเชื่อมั่น คือ
การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจอย่างสมเหตุสมผล
และคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ
"การ
ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจอย่างสมเหตุสมผล คือ อย่าไปทำแบบราคาข้าวอยู่ที่
7,000-8,000 บาทต่อตัน แต่ไปรับซื้อที่ 15,000 บาทต่อตัน ต่างชาติเขาก็งง
หรือ กรุงเทพฯ รถติด ทุกคนบอกเราต้องสร้างขนส่งมวลชน
แต่กลับมีนโยบายใครซื้อรถใหม่ คืนเงินให้ เป็นต้น"
ส่วน
ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากกรณีการปรับราคาก๊าซแอลพีจีนั้น
ราคาพลังงานในตลาดโลกทรงตัว เนื่องจากไม่มีแรงกดดันด้านอุปทาน
ส่วนเรื่องราคาพลังงานในประเทศนั้น
สำหรับไทยมีโจทย์เก่าที่ต้องคลี่คลายในจังหวะและเวลาที่เหมาะสม
"ของ
ถ้าราคาสูง ไม่ควรจะกดให้ต่ำ เพราะอะไรที่กดไว้
วันหนึ่งก็อาจจะเด้งออกมาจนเกิดความเสียหาย วิธีที่ดีที่สุด คือ
พยายามคลี่คลายให้สอดคล้องกับความเป็นจริง"

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น