วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2557

วิเคราะห์การเมืองกับแรงงานข้ามชาติ

Tue, 17/06/2014 - 20:19

วีดีโอ
Printer-friendly version
Views: 110
มองในมิติของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ปฏิเสธไม่ได้ว่าแรงงานข้ามชาติเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญ แต่ยังมีมิติด้านความมั่นคงอีกแง่มุมที่สำคัญ และอาจมีความซับซ้อนมากขึ้น เมื่อมีข้อกล่าวหาว่าแรงงานข้ามชาติเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง อาจจะเป็นที่มาของการจัดระเบียบแรงงานข้ามชาติ
spaceplay / pause
 
qunload | stop
ffullscreen
shift + slower / faster (latest Chrome and Safari)
volume
 
mmute
seek
 
 . seek to previous
126 seek to 10%, 20%, …60%
ข้อสันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองนั้นมีแน่นอน แต่อาจซับซ้อนทั้งการเมืองภายในไทย และการเมืองระหว่างประเทศ หรือแม้แต่การเมืองภายในของประเทศเพื่อนบ้าน มีข้อสังเกตว่าข่าวลือว่าเจ้าหน้าที่ไทยจะเข้าจับกุมแรงงานข้ามชาติทุกรูปแบบ และเป็นสาเหตุให้แรงงานข้ามชาติต้องอพยพกลับประเทศนั้นมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการเมืองที่ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทยจากรัฐบาลเลือกตั้งมาสู่ภาวะของการยึดอำนาจรัฐประหาร โดยมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.เดินหน้าบริหารจัดการปัญหาของประเทศ ที่กลายเป็นเหตุผลหลักให้เกิดความหวาดหวั่นกลัว ไม่ว่าแรงงานนั้นจะเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ต่างก็ตื่นตระหนกไปตามๆ กัน
ภาพแรกที่เห็น หลังแรงงานข้ามชาติตื่นตระหนกกลับประเทศ คือผลกระทบที่เกิดกับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม โรงงาน และการก่อสร้าง โดยเฉพาะข้อมูลที่นายกสมาคมอาคารชุดไทยบอกว่า "แรงงานภาคอสังหาริมทรัพย์ จำเป็นต้องใช้แรงงานข้ามชาติถึงร้อยละ 80 ของแรงงานทั้งหมด"
ดังนั้น การเดินทางกลับประเทศของแรงงานข้ามชาติย่อมไม่ผิด ถ้าจะบอกว่ากระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ หากบริษัทกิจการที่ต้องพึ่งพาแรงงานข้ามชาติต้องหยุดชะงักไปอย่างน้อยๆ แค่ 3 เดือน นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังวิเคราะห์ว่าจะเห็นผลกระทบนี้ชัดขึ้น
แต่อีกมุมหนึ่งไม่อาจปฏิเสธได้ว่าแรงงานข้ามชาติ ส่วนหนึ่งมีผลกระทบด้านความมั่นคงของไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะข้อมูลข่าวจากช่วงการชุมนุมทางการเมืองครั้งล่าสุดนี้ ก็มีสมมติฐานในบางเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับแรงงานข้ามชาติ และกองกำลังต่างชาติ
5 เมษายน 2557 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ยืนยันว่ามวลชนที่ร่วมชุมนุมเป็นคนไทย 100 เปอร์เซ็นต์ หลังสถานทูตเมียนมาร์ออกหนังสือเตือนชาวเมียนมาร์ห้ามไปยุ่งเกี่ยว หรือร่วมชุมนุม และมีข้อมูลอ้างอิงว่าผู้นำแรงงานเมียนมาร์ใน อ.แม่สอด จ.ตาก ให้ข่าวว่ามีนักการเมืองประสานผ่านนายจ้าง และผู้ประกอบการว่าจ้างแรงงานเข้าร่วมชุมนุมด้วย
22 กุมภาพันธ์ 2557 ระหว่างเกิดเหตุคนร้ายลอบปาระเบิด และยิงกราดกลุ่ม กปปส.ที่ จ.ตราด ก็มีนายทหารระดับสูงออกมาระบุว่าผู้ก่อเหตุเป็นกองกำลังต่างชาติ หรือแม้แต่ข้อมูลจากการแถลงข่าวของกองทัพบกก็เคยอ้างอิงถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยที่ต้องเน้นกวดขันการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติทั้งกรณีร่วมชุมนุม และกรณีการขนย้ายอาวุธสงคราม
นี่ยังไม่รวมข่าวกรณีการค้ามนุษย์ที่แทบจะมีข่าวเกิดขึ้นรายวันทั้งขบวนการหักค่าหัวคิวจากการลักลอบนำแรงงานข้ามชาติเข้าไทย ทั้งจากนายหน้า และจากเจ้าหน้าที่ตามด่านชายแดน ไม่ว่าจะตำรวจ, ทหาร หรือแม้แต่ฝ่ายปกครองก็มีข่าวว่าเข้ามาเกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนั้น ผลกระทบด้านความมั่นคงก็ไม่น้อย และก็น่าจะเป็นเป้าหมายตรงที่ คสช.แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว หรือ กนร.ขึ้น โดยเฉพาะข้อความที่ระบุว่า "แรงงานต่างด้าวต้องขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย"
ถ้าพิเคราะห์ดูจากตัวเลขแรงงานข้ามชาติ เฉพาะใน 3 ประเทศ ซึ่งทางตรงเป็นกรณีทำเอ็มโอยูร่วมกัน และทางอ้อม คือกรณีพิสูจน์สัญชาติ หรือขึ้นทะเบียบภายหลังรวมแล้วมากกว่า 2 ล้านคน ที่สามารถเข้ามาทำงานในไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และถ้าต้องเทียบกับตัวเลขที่กำลังตื่นตระหนกอพยพกลับประเทศ อ้างอิงมากที่สุดอยู่ที่ 120,000 คนนั้นคงต้องทบทวนผลกระทบที่แท้จริงกัน ระหว่างผลทางเศรษฐกิจกับผลทางความมั่นคงของประเทศ แต่ที่เห็นชัดที่สุดตอนนี้คงสรุปได้ว่าแรงงานข้ามชาติที่ว่านี้มีผลต่อไทยแน่นอน ไม่ว่าจะทางบวก หรือทางลบ นับจากนี้ คสช.ต้องบริหารจัดการปัญหาโดยคำนึงถึงเหรียญทั้ง 2 ด้านด้วย

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

 
;