วันที่ 6 มิ.ย.57 เผย..เลือดย่อมข้นกว่าน้ำฉันท์ใด เยื่อใยเผ่าชนชาติ ก็ไม่ขาดกันฉันท์นั้น
ตามที่เคยเล่าให้ฟังแล้วว่า ชนเผ่าไทยมีรากเหง้า และอพยพมาจากจีน โดยเมื่อราว 2,000 กว่าปีที่แล้ว พระเจ้าเทวกาล เจ้าผู้ครองเมืองนครไทยเทศ เมืองหนองแส (ตาลิฟู) ในยูนนาน ได้ให้ราชบุตรที่มีกว่า 40 องค์ แยกย้ายกันไปสร้างบ้านแปงเมือง เจ้าสิงหนวัติกุมาร ผู้เป็นโอรสองค์ที่สอง ได้อพยพผู้คนประมาณ 1 แสนคน เดินทางลงมาจากทางตอนใต้ของจีน
แล้วก่อตั้งอาณาจักร “โยนกไชยบุรีศรีช้างแสน “ จนรุ่งเรือง บริบูรณ์ด้วยผู้คน ช้างม้าวัวควาย ทรัพย์สมบัติ มั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก มีกษัตริย์สืบต่อมาอีกถึง 46 พระองค์ และขยายอาณาจักรออกไปครอบคลุมดินแดนกว้างขวาง ทางทิศตะวันออกตั้งแต่แคว้นตังเกี๋ยของเวียดนามปัจจุบัน ไปจดแม่น้ำสาละวินเขตรัฐฉานในประเทศพม่า ทางเหนือจากบริเวณเมืองหนองแส มณฑลยูนนานของจีน ลงมาถึงที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน
ฝ่ายไทยนั้น แม้กำลังเป็นฝ่ายได้เปรียบขอมที่กำลังอ่อนแอ แต่ก็คงยังไม่มีกำลังมากพอที่จะแผ่ขยายอาณาเขตลงมาทางใต้อีกได้ อาณาเขตของไทยและขอม จึงประชิดกันอยู่เฉยๆ ในปี พ.ศ.1731 มอญกรีฑาทัพใหญ่ มาบุกอาณาจักรขอมจนได้ชัยชนะ ก็เลยเข้ามารุกรานไปถึงเมืองอื่น ๆ ในแคว้นโยนกเชียงแสน จนไม่สามารถต้านทานศึกมอญได้
ต่อมาเมื่อเกิดภัยแผ่นดินไหว จนเมืองโยนกนคร ล่มจมลงไป เกิดน้ำท่วม ยากแก่การฟื้นฟู ประจวบกับมีการรุกรานจากกษัตริย์มอญ พม่า และขอม เชื้อสายกษัตริย์เหล่านั้น ก็อพยพราษฎร แยกไปหาถิ่นฐานสร้างเมืองใหม่หลายเมืองและหลายทิศทาง ที่สำคัญอพยพแยกย้ายกันลงมาทางใต้ของดินแดนสุวรรณภูมิ เป็นสายที่สำคัญคือ
สายแรก น้องชายต่างมารดากัน ชื่อพระเจ้าไชยสิริ ลงไปทางกำแพงเพชร ครองเมืองอยู่ในที่นั้น ระยะเวลาหนึ่ง เห็นว่าชัยภูมิไม่เหมาะ เพราะอยู่ใกล้ขอม จึงได้อพยพลงมาทางใต้จนถึงเมืองนครปฐม , สายที่สอง พ่อขุนผาเมือง อยู่เวียงสีทวง (อยู่เขตอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย) อพยพข้ามลำน้ำโขง ไปทางหลวงพระบางเวียงจันทน์ แล้ววกข้ามฝั่งไทยไปทางวังสะพุง จังหวัดเลย ล่องมาตามลำน้ำป่าสัก แล้วกลับไปตังเมืองรวมกำลังอยู่ที่เมืองราด ชาวเมืองจึงขนานนามท่านว่า “พ่อขุนผาเมือง”
ญาติของพ่อขุนผาเมือง เป็นลูกของน้าชาย ที่เหมือนพระสหายที่ถูกคอ ได้อพยพมาตั้งมั่นอยู่ทางเมืองวังกวาง ( เมืองบางยาง อยู่ในอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก) ตั้งตนเป็นใหญ่นามว่า พ่อขุนบางกลางหาว (ท่าว) ในช่วงแรกที่เข้ามาตั้งอยู่นั้น ก็ต้องยอมขึ้นอยู่กับขอม เพราะขณะนั้นไทยยังไม่มีอำนาจ ด้วยเหตุที่ว่ามีราชวงศ์เชื้อสายโยนก อพยพมาอยู่ที่เมืองนี้ จึงเป็นที่นิยมของชาวไทยมากกว่าพวกอื่น ในเวลาต่อมาเมื่อคนไทยอพยพลงมา จากน่านเจ้าเพิ่มมากขึ้น ทำให้นครไทยมีกำลังมากตามไปด้วย
ในปี พ.ศ.1800 ชาวไทย เกิดความคิดที่จะสลัดแอกจากการปกครองของขอม ดังนั้น พ่อขุนผาเมือง จึงได้ชักชวน พ่อขุนบางกลางหาว ผู้เป็นญาติและน้องเขย เข้าร่วมกันวางแผนกอบกู้อิสรภาพให้แก่คนไทย แล้วทั้ง 2 พระองค์ก็ร่วมกันชิงเมืองจากขอม สถาปนาอาณาจักรสุโขทัย ขึ้นมา พ่อขุนบางกลางหาว (ท่าว) เป็นปฐมกษัตริย์ อย่างเป็นทางการนับแต่นั้น , ต่อมาอาณาจักรไทยทางอโยธยารุ่งเรือง สุโขทัยจึงกลายเป็นเมืองประเทศราช
ดินแดนของไทยที่อยู่ตั้งแต่ เชียงแสน กำแพงเพชร ละโว้ อโยธยา ไชยา นครศรีธรรมราช ดินแดนแห่งนี้มีการรบพุ่ง กับพวกมอญทางด้านตะวันตก และเขมรทางดินตะวันออก ผลัดกันแพ้ชนะกันมาหลายยุคหลายสมัย คนไทยโบราณที่อยู่ทางล้านนา เรียกว่าคนโยนก (ไทยเหนือ), คนที่อยู่ทางละโว้ อโยธยา ไชยา นครศรีธรรมราช เรียกว่า กัมโพช (ไทยใต้) ต่อมาเมื่อคนไทยที่มีแม่เป็นเขมรมีอำนาจมาก ไทยเหนือ เลยเรียกไทยใต้ว่า เป็นพวกขอมไปหมด
พ.ศ.1180 มังมหาอโนรธาช่อ หรือ พระเจ้าอนุรุทธราชาธิราช กษัตริย์พม่า / มอญ ในสมัยนั้นได้ยกกองทัพมาตีกรุงทวาราวดี (ตอนกลางประเทศไทยปัจจุบัน) ลูกหลานของกษัตริย์ พวกแรกจึงอพยพหนีลงมาตั้งเมืองที่นครโพธิ์ที่ไชยา พวกที่สองไปตั้งนครละโว้ ขึ้นเป็นเมืองหลวง
พ.ศ.1232 ปรากฏว่ารัฐต่างๆ ในแถบทะเลใต้มีรัฐพานพาน (เวียงสระ) รัฐไฮลิง (ตามพรลิงค์หรือนครศรีธรรมราช) ปองพอง (ปาหัง) กิลันตัน (กลันตัน) ปลึกฟอง (ปาเลมบัง) และรัฐอื่น ๆ อีก 10 รัฐ เข้ารวมกันเป็น “อาณาจักรศรีวิชัย” เมืองหลวงคือ นครโพธิ์ไชยา หรือ นครปาตลีบุตร มีกษัตริย์ที่ครองเมือง ทรงพระนามว่า พระอินทรวรมเทวะ เป็นลูกหลานกษัตริย์ พระเจ้ากรุงทวาราวดีที่อู่ทอง
มีความเจริญทางศาสนาพุทธ อย่างมากจนมีการสร้างพระแก้วมรกตขึ้นมา โอรสของกษัตริย์ผู้สร้างฯ ถึงกับเดินทางไปศึกษาวิชาความรู้ที่จีนอยู่ระยะหนึ่ง และโอรสของกษัตริย์นครไชยา ก็ไปยึดเอาเขมรได้และสถาปนาเป็นกษัตริย์เขมร สืบเชื้อสายปกครองเขมรต่อมา , ส่วนทางเชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง และทางภาคอีสาน ก็เป็นเชื้อสายของกษัตริย์โยนกนครทั้งสิ้น ที่แยกไปสร้างเมืองต่างๆ แต่โบราณ
เมื่ออโยธยาแตกพ่ายครั้งที่ 2 ให้พม่า เพราะคนไทยแตกความสามัคคีกัน จนเมืองพังพินาศเสียหาย ยากแก่การบูรณะฟื้นฟู พระเจ้าตากสินมหาราช กษัตริย์ไทยก็เป็นผู้นำไปสร้างเมืองใหม่คืออาณาจักรธนบุรี และตามด้วยพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ฝั่งกรุงเทพมหานครตามลำดับ
พอเข้าสู่ยุครัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 5 มีคนจีนจำนวนมาก ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานทางเรือ มาพึ่งบรมโพธิสมภาร ตามที่รู้กันว่า ต่างมากันแบบเสื่อผืน หมอนใบ บางคนในสมัยนั้นมาหาบน้ำขาย จนต่อมาลูกหลานเป็นเจ้าของธนาคารใหญ่ในปัจจุบัน และมีคนจีนจำนวนมาก มาอยู่รวมกันทำการค้าอย่างเข้มแข็ง ขยันหมั่นเพียรในถนนที่คดเคี้ยวดังรูปร่างมังกร คือ ย่านเยาวราช สำเพ็ง พาหุรัด
เมื่อจีนเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ ก็ปิดประเทศ แต่คนเชื้อสายจีนในไทยก็ยังเดินทางไปเยี่ยมญาติที่จากกันมาที่จีนอย่างสม่ำ เสมอ พร้อมขยายการค้าต่อกันเรื่ิอยมา ยามใดก็ตามที่ชาติไทยมีภัย จีนที่เป็นเหมือนแผ่นดินแม่ และมีลูกหลายคน แล้ว กระจายไปตั้งเป็นประเทศต่างๆ ย่านเอเซีย จีน ก็มีบทบาทสำคัญให้ไทยผ่านวิกฤตินั้นหลายครั้งหลายครา
เช่น ช่วงสลายพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เมื่อ มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ นายกฯ ไทยไปเยือนจีน และตามด้วยการเปิดสายสัมพันธ์วัฒนธรรม 2 แผ่นดิน ด้วยกษัตริย์ และราชวงศ์ไทย ส่งผลให้ไทยถึงกลับขับไล่ทูตอเมริกา กลับประเทศ ประท้วง ที่นำเรือมารุกล้ำอธิปไตยของไทยโดยไม่ขออนุญาตก่อน
แต่ด้วยบารมีแผ่นดินแม่จีน ที่เป็นส่วนสำคัญที่อเมริกา ไม่กล้ารังแกไทย จนเกิดการเยือนกันไปมาของ 2 ประเทศ ตลอดมาถึงปัจจุบัน จนสายสัมพันธ์แน่นแฟ้น เหมือนพี่คนโต คอยปกป้อง ดูแลน้องๆ ช่วงนี้ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ฯ พระองค์ ทรงเสด็จเยือนจีนอย่างเป็นทางการ และเตรียมแสดงดนตรีกู่เจิ้ง ในงานสายสัมพันธ์วัฒนธรรมไทยจีนครั้งที่ 5 ที่ประเทศจีน อันแสดงถึงมิตรไมตรีทางการทูตชั้นสูงของสองประเทศอย่างเป็นทางการ
ประจวบกับกระทรวงกลาโหมจีน ได้ทำหนังสือเชิญไทยไปเยือนอย่างเป็นทางการ โดย ผู้แทนกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะผู้แทน ผู้บัญชาการสูงสุด และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ของไทย จะเดินทางไปเยือนกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันที่ 11 – 13 มิ.ย.57 นี้
เพื่อสานต่อความร่วมมือด้านการทหาร การฝึกศึกษา และการพัฒนาด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ และ กระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน ยังพร้อมสานต่อความสัมพันธ์ทางด้านทหารกับไทยอีกด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานในประเด็นข้อพิพาทหมู่เกาะสแปชลี่ ทะเลจีนใต้เป็นอย่างดี
เพราะนอกจากจะเป็นปัญหาระหว่างประเทศเวียดนาม และฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นประเทศในภูมิภาคอาเซียน ที่ทุกฝ่ายต้องการให้เกิดการเจรจากันอย่างสันติแล้ว ไทยยังทำหน้าที่เป็นผู้ประสานกับจีนในฐานะประเทศผู้ขัดแย้งนอกภูมิภาคอีก ด้วย และจีนได้แสดงท่าทีเข้าใจปัญหาการเมืองในประเทศไทย และมองว่าเป็นปัญหาภายในประเทศ จีนไม่เข้ามาแทรกแซงอีกด้วย
ประเทศก็เหมือนคนนั่นแหละ ยามท่านมีปัญหาอะไรสักอย่าง แต่มีเพื่อนประเภทแรก กลับคอยกดดัน บีบบังคับ โน่น นี่ นั่น สารพัดจะเอาแต่ใจและผลประโยชน์ตนเอง เคยถึงขั้นมาขอแบ่งของเก่าแก่เราด้วยซ้ำ , แต่กลับมีเพื่อนอีกประเภทหนึ่งที่เป็นญาติกัน คบกัน สม่ำเสมอมากว่า 1,000 ปี ทุกครั้งที่เรามีปัญหา ก็คอยปลอบประโลม เข้าใจ ไม่ซ้ำเติม และคอยช่วยเหลือไม่ห่าง
เพื่อนประเภทแรก คือ รัฐบาลอเมริกา แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ออสเตรเลีย ที่คอยแต่จะฉกฉวยเอาผลประโยชน์จากเรา เอาเรือมาปิดอ่าวข่มขู่ขอแบ่งแผ่นดินเราไปหลายครั้งช่วงราว รัชกาลที่ 4-5 จนแผ่นดินไทยเป็นรูปร่างขวานอย่างปัจจุบัน และที่ซ้ำร้ายคือหนุนให้คณะราษฎร์เปลี่ยนแปลงการปกครองของไทยเมื่อปี 2475 ซึ่งถือเป็นการแทรกแซงโครงสร้างการเมือง แนวคิด รูปแบบการปกครองของไทย อย่างรุนแรงมาก
ส่วนเพื่อนและญาติประเภทที่สองคือจีน แม้จะมีแนวคิดทางการเมืองต่างกันช่วงคอมมิวนิสต์เฟื่องฟู แต่เป็นเพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น และก็ไม่เคยมีเหตุเอาเปรียบประเทศเล็กๆ อย่างเราอีกเลย , เลือดข้นกว่าน้ำฉันท์ใด สายใยความสัมพันธ์จีนกับไทยก็ไม่เคยขาดจากกันฉันท์นั้น เลือดในกายที่ไหลเวียนในร่างของคนไทยทุกคน แม้เราเป็นเผ่าไทย แต่มีส่วนหนึ่งที่เป็นสายเลือดจีนผสมไหลเวียนอยู่ในตัวด้วยมาก น้อย ไม่เท่ากัน
เลือดของท่านก็มาจากพ่อกับแม่ และเลือดผู้บังเกิดเกล้าก็สืบมาจากบรรพบุรุษอีกหลายรุ่น กว่า 1,000 ปี และปู่ ย่า ตา ทวดของไทย ก็สืบสายเลือดบางส่วน มาจากจีนนั่นเอง
ยามไทยมีปัญหา จีนก็ได้ยื่นมิตรไมตรีอย่างเป็นทางการ ทำหนังสือมาเชิญไทยไปเยือนอีกแล้ว เป็นไปตามที่ เสธ เคยบอกไว้ก่อนล่วงหน้านี้เป๊ะ , ต่อไปนี้ใครทำการค้า ธุรกิจกับจีน จะเฟื่องฟูสุดๆ จีนต้องการผลไม้ไทย ข้าวไทย แม่แต่หนังสือบทเรียน ก.ไก่ ของไทย แถวยูนนาน จีนตอนไต้ ไกด์คนจีนต้องการมาก เพราะเขาอยากเรียนภาษาไทย ตัวเลข 1-10 ของเขายังออกเสียงเป็นเลขไทย
นั่นเพราะเขากับเราใช่อื่นไกล เป็นญาติกันมา 2,000 กว่าปีแล้ว คนไทยเชื้อสายจีนตอนนี้ ได้เวลาที่ท่านจะตอบแทนแผ่นดินทองของไทยแห่งนี้แล้ว เป็นทหารเอกพระราชาผึ้งหลวง รวมกลุ่มปรึกษาหารือกัน ค้นหาญาติตระกูลแต่หนหลัง หาช่องทางค้าขายเพิ่มเติมจากเดิมระหว่างไทยกับจีน เพิ่มประเภท ปริมาณสินค้าส่งออกไปจีน ปรับรูปแบบธุรกิจภายในประเทศไทยรองรับลูกค้าคนจีน ที่เขามีประชากรมากกว่า 1 พันล้านคน
ส่งเสริม แลกเปลี่ยน ด้านการศึกษา ศาสนา ศิลป วัฒนธรรม การกีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การแพทย์ การเงิน การธนาคาร การอุตสากรรม การเกษตร ระบบโลจิสติกส์ ฯลฯ สิ่งใดทำอยู่แล้วกับจีน ก็ทำให้เข้มข้นขึ้น แนะนำเพื่อนนักธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ให้เจรจาการค้าระหว่างประเทศกัน
เมื่อรัฐบาลใดเขารังแกเรา ยุคทองของประเทศนั้นก็หมดไปแล้วเช่นกัน สินค้า บริการ ใดๆ ที่มาจากประเทศเพื่อนที่ไม่ดี ถ้ามีใช้อยู่แล้วก็ไม่เป็นไร แต่ไม่ต้องซื้อเพิ่มใหม่ บริการ อาหาร อะไรของประเทศพวกนี้ในไทย เราก็หลีกเลี่ยงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ไปอุดหนุน , สินค้าบางอย่างอาจเป็นบริษัทลูก หลาน เหลน ของบริษัทประเทศที่เป็นเพื่อนไม่ดี เราก็บอยคอตหมด เพราะเดี๋ยวนี้สินค้าจีนทดแทนกันได้หมดแล้ว คุณภาพก็พัฒนาขึ้นมากจนเทียบเท่าฝรั่งแล้ว เราช่วยพี่เรา และ พี่เราก็ช่วยเรา หยวนๆ
เราพร้อมกันเทใจทุกสิ่งเปลี่ยนทิศไปให้จีน ขายให้จีน ซื้อของจีน คอยดูเถอะประชาชน บริษัทการค้า ในประเทศอเมริกา แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ออสเตรเลีย เขาก็จะทนไม่ไหวไปเอง และเขาจะเป็นพลังไปกดดันรัฐบาลของเขา แทนคนไทย , ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ประชาชนในประเทศเหล่านั้น แต่ปัญหาอยู่ที่รัฐบาลของเขา คนไทยต้องบอยคอตทุกสิ่งที่มาจากประเทศเหล่านั้น เราต้องตอบโต้ด้วยมาตรการประชาชนที่เผ็ดร้อนกว่า
โดยถ้าเราได้ประโยชน์จากประเทศเหล่านั้น เราเอา แต่ถ้าเราเสียประโยชน์ ขาดทุน เราจะไม่ยอมแม้แต่บาทเดียว เขาทนได้ก็ทนไป แต่เชื่อว่า บริษัทการค้า และประชาชนในประเทศที่ค้าขายกับไทยนั่นแหละจะทนไม่ไหว เพราะรัฐบาลเขาฝืนธรรมชาติ
ลองวัดกับรัฐบาลฝรั่งสักตั้ง ว่าใครจะอึดกว่ากัน แต่ที่แน่ๆ เราไม่เดือดร้อน เพราะเรามีจีนที่ตลาดการค้าใหญ่กว่า อาหารเราก็ผลิตเองได้ พลังงานเราก็มีเยอะ น้ำจืดเราก็เหลือเฟือ เส้นทางขนส่งบก เรือ อากาศ เรามีครบ เป็น Hub ของเอเซีย
ณ นาทีนี้จนตั้งรัฐบาลในอีกภายใน 3 เดือน และปฏิรูปประเทศไทยเสร็จใน 1 ปีครึ่ง ยังไม่เห็นทางว่าไทยจะเดือดร้อนอะไรจากรัฐบาลฝรั่ง , อยากมาก็มา ไม่มาก็ไม่ง้อ อยากแถลงอะไรก็ไม่ฟัง ไม่ทำตาม ไม่สน ไม่ว่าง เพราะคุยกับจีนสบายใจกว่า มีเรื่องให้ทำกับจีนเยอะกว่า จะให้สัมปทานลงทุนกับจีนสัดส่วนเยอะกว่า
อะไรที่ยกเลิกสัปทานให้ฝรั่ง ถ้าดูแล้วไม่กระทบธุรกิจเกี่ยวเนื่องในไทย ก็ทะยอยยกเลิกให้หมด อะไรที่ หมดสัมปทานแล้วก็ไม่ต่อสัญญาให้
รัฐบาลอเมริกาที่แถลงปากดีๆ น่ะ พอได้ยินว่าไทยจะเริ่มสร้างรถไฟรางคู่ในปี 57 นี้ รีบส่งเลขาทูตฯ แจ้นไปนั่งรอขอพบ บิ๊กในสหภาพการรถไฟไทยทันที..พฤติกรรมนี้คุ้นๆ แก็งค์อะไรในไทยนะนี่?
โด่..เบื่อพวกเก่งแต่ปาก..ถึงเวลาจะเอาจริงก็ป๊อด..ฮา
@ เสธ น้ำเงิน4
http://www.facebook.com/topsecretthai
หมายเหตุ..เสธ น้ำเงิน มีหลายคน รหัสเลขด้านหลังชื่อ คือแต่ละคนเชี่ยวชาญการเขียนในแนวที่ต่างกันออกไป
(รูปภาพ 10 รูป)ตามที่เคยเล่าให้ฟังแล้วว่า ชนเผ่าไทยมีรากเหง้า และอพยพมาจากจีน โดยเมื่อราว 2,000 กว่าปีที่แล้ว พระเจ้าเทวกาล เจ้าผู้ครองเมืองนครไทยเทศ เมืองหนองแส (ตาลิฟู) ในยูนนาน ได้ให้ราชบุตรที่มีกว่า 40 องค์ แยกย้ายกันไปสร้างบ้านแปงเมือง เจ้าสิงหนวัติกุมาร ผู้เป็นโอรสองค์ที่สอง ได้อพยพผู้คนประมาณ 1 แสนคน เดินทางลงมาจากทางตอนใต้ของจีน
แล้วก่อตั้งอาณาจักร “โยนกไชยบุรีศรีช้างแสน “ จนรุ่งเรือง บริบูรณ์ด้วยผู้คน ช้างม้าวัวควาย ทรัพย์สมบัติ มั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก มีกษัตริย์สืบต่อมาอีกถึง 46 พระองค์ และขยายอาณาจักรออกไปครอบคลุมดินแดนกว้างขวาง ทางทิศตะวันออกตั้งแต่แคว้นตังเกี๋ยของเวียดนามปัจจุบัน ไปจดแม่น้ำสาละวินเขตรัฐฉานในประเทศพม่า ทางเหนือจากบริเวณเมืองหนองแส มณฑลยูนนานของจีน ลงมาถึงที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน
ฝ่ายไทยนั้น แม้กำลังเป็นฝ่ายได้เปรียบขอมที่กำลังอ่อนแอ แต่ก็คงยังไม่มีกำลังมากพอที่จะแผ่ขยายอาณาเขตลงมาทางใต้อีกได้ อาณาเขตของไทยและขอม จึงประชิดกันอยู่เฉยๆ ในปี พ.ศ.1731 มอญกรีฑาทัพใหญ่ มาบุกอาณาจักรขอมจนได้ชัยชนะ ก็เลยเข้ามารุกรานไปถึงเมืองอื่น ๆ ในแคว้นโยนกเชียงแสน จนไม่สามารถต้านทานศึกมอญได้
ต่อมาเมื่อเกิดภัยแผ่นดินไหว จนเมืองโยนกนคร ล่มจมลงไป เกิดน้ำท่วม ยากแก่การฟื้นฟู ประจวบกับมีการรุกรานจากกษัตริย์มอญ พม่า และขอม เชื้อสายกษัตริย์เหล่านั้น ก็อพยพราษฎร แยกไปหาถิ่นฐานสร้างเมืองใหม่หลายเมืองและหลายทิศทาง ที่สำคัญอพยพแยกย้ายกันลงมาทางใต้ของดินแดนสุวรรณภูมิ เป็นสายที่สำคัญคือ
สายแรก น้องชายต่างมารดากัน ชื่อพระเจ้าไชยสิริ ลงไปทางกำแพงเพชร ครองเมืองอยู่ในที่นั้น ระยะเวลาหนึ่ง เห็นว่าชัยภูมิไม่เหมาะ เพราะอยู่ใกล้ขอม จึงได้อพยพลงมาทางใต้จนถึงเมืองนครปฐม , สายที่สอง พ่อขุนผาเมือง อยู่เวียงสีทวง (อยู่เขตอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย) อพยพข้ามลำน้ำโขง ไปทางหลวงพระบางเวียงจันทน์ แล้ววกข้ามฝั่งไทยไปทางวังสะพุง จังหวัดเลย ล่องมาตามลำน้ำป่าสัก แล้วกลับไปตังเมืองรวมกำลังอยู่ที่เมืองราด ชาวเมืองจึงขนานนามท่านว่า “พ่อขุนผาเมือง”
ญาติของพ่อขุนผาเมือง เป็นลูกของน้าชาย ที่เหมือนพระสหายที่ถูกคอ ได้อพยพมาตั้งมั่นอยู่ทางเมืองวังกวาง ( เมืองบางยาง อยู่ในอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก) ตั้งตนเป็นใหญ่นามว่า พ่อขุนบางกลางหาว (ท่าว) ในช่วงแรกที่เข้ามาตั้งอยู่นั้น ก็ต้องยอมขึ้นอยู่กับขอม เพราะขณะนั้นไทยยังไม่มีอำนาจ ด้วยเหตุที่ว่ามีราชวงศ์เชื้อสายโยนก อพยพมาอยู่ที่เมืองนี้ จึงเป็นที่นิยมของชาวไทยมากกว่าพวกอื่น ในเวลาต่อมาเมื่อคนไทยอพยพลงมา จากน่านเจ้าเพิ่มมากขึ้น ทำให้นครไทยมีกำลังมากตามไปด้วย
ในปี พ.ศ.1800 ชาวไทย เกิดความคิดที่จะสลัดแอกจากการปกครองของขอม ดังนั้น พ่อขุนผาเมือง จึงได้ชักชวน พ่อขุนบางกลางหาว ผู้เป็นญาติและน้องเขย เข้าร่วมกันวางแผนกอบกู้อิสรภาพให้แก่คนไทย แล้วทั้ง 2 พระองค์ก็ร่วมกันชิงเมืองจากขอม สถาปนาอาณาจักรสุโขทัย ขึ้นมา พ่อขุนบางกลางหาว (ท่าว) เป็นปฐมกษัตริย์ อย่างเป็นทางการนับแต่นั้น , ต่อมาอาณาจักรไทยทางอโยธยารุ่งเรือง สุโขทัยจึงกลายเป็นเมืองประเทศราช
ดินแดนของไทยที่อยู่ตั้งแต่ เชียงแสน กำแพงเพชร ละโว้ อโยธยา ไชยา นครศรีธรรมราช ดินแดนแห่งนี้มีการรบพุ่ง กับพวกมอญทางด้านตะวันตก และเขมรทางดินตะวันออก ผลัดกันแพ้ชนะกันมาหลายยุคหลายสมัย คนไทยโบราณที่อยู่ทางล้านนา เรียกว่าคนโยนก (ไทยเหนือ), คนที่อยู่ทางละโว้ อโยธยา ไชยา นครศรีธรรมราช เรียกว่า กัมโพช (ไทยใต้) ต่อมาเมื่อคนไทยที่มีแม่เป็นเขมรมีอำนาจมาก ไทยเหนือ เลยเรียกไทยใต้ว่า เป็นพวกขอมไปหมด
พ.ศ.1180 มังมหาอโนรธาช่อ หรือ พระเจ้าอนุรุทธราชาธิราช กษัตริย์พม่า / มอญ ในสมัยนั้นได้ยกกองทัพมาตีกรุงทวาราวดี (ตอนกลางประเทศไทยปัจจุบัน) ลูกหลานของกษัตริย์ พวกแรกจึงอพยพหนีลงมาตั้งเมืองที่นครโพธิ์ที่ไชยา พวกที่สองไปตั้งนครละโว้ ขึ้นเป็นเมืองหลวง
พ.ศ.1232 ปรากฏว่ารัฐต่างๆ ในแถบทะเลใต้มีรัฐพานพาน (เวียงสระ) รัฐไฮลิง (ตามพรลิงค์หรือนครศรีธรรมราช) ปองพอง (ปาหัง) กิลันตัน (กลันตัน) ปลึกฟอง (ปาเลมบัง) และรัฐอื่น ๆ อีก 10 รัฐ เข้ารวมกันเป็น “อาณาจักรศรีวิชัย” เมืองหลวงคือ นครโพธิ์ไชยา หรือ นครปาตลีบุตร มีกษัตริย์ที่ครองเมือง ทรงพระนามว่า พระอินทรวรมเทวะ เป็นลูกหลานกษัตริย์ พระเจ้ากรุงทวาราวดีที่อู่ทอง
มีความเจริญทางศาสนาพุทธ อย่างมากจนมีการสร้างพระแก้วมรกตขึ้นมา โอรสของกษัตริย์ผู้สร้างฯ ถึงกับเดินทางไปศึกษาวิชาความรู้ที่จีนอยู่ระยะหนึ่ง และโอรสของกษัตริย์นครไชยา ก็ไปยึดเอาเขมรได้และสถาปนาเป็นกษัตริย์เขมร สืบเชื้อสายปกครองเขมรต่อมา , ส่วนทางเชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง และทางภาคอีสาน ก็เป็นเชื้อสายของกษัตริย์โยนกนครทั้งสิ้น ที่แยกไปสร้างเมืองต่างๆ แต่โบราณ
เมื่ออโยธยาแตกพ่ายครั้งที่ 2 ให้พม่า เพราะคนไทยแตกความสามัคคีกัน จนเมืองพังพินาศเสียหาย ยากแก่การบูรณะฟื้นฟู พระเจ้าตากสินมหาราช กษัตริย์ไทยก็เป็นผู้นำไปสร้างเมืองใหม่คืออาณาจักรธนบุรี และตามด้วยพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ฝั่งกรุงเทพมหานครตามลำดับ
พอเข้าสู่ยุครัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 5 มีคนจีนจำนวนมาก ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานทางเรือ มาพึ่งบรมโพธิสมภาร ตามที่รู้กันว่า ต่างมากันแบบเสื่อผืน หมอนใบ บางคนในสมัยนั้นมาหาบน้ำขาย จนต่อมาลูกหลานเป็นเจ้าของธนาคารใหญ่ในปัจจุบัน และมีคนจีนจำนวนมาก มาอยู่รวมกันทำการค้าอย่างเข้มแข็ง ขยันหมั่นเพียรในถนนที่คดเคี้ยวดังรูปร่างมังกร คือ ย่านเยาวราช สำเพ็ง พาหุรัด
เมื่อจีนเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ ก็ปิดประเทศ แต่คนเชื้อสายจีนในไทยก็ยังเดินทางไปเยี่ยมญาติที่จากกันมาที่จีนอย่างสม่ำ เสมอ พร้อมขยายการค้าต่อกันเรื่ิอยมา ยามใดก็ตามที่ชาติไทยมีภัย จีนที่เป็นเหมือนแผ่นดินแม่ และมีลูกหลายคน แล้ว กระจายไปตั้งเป็นประเทศต่างๆ ย่านเอเซีย จีน ก็มีบทบาทสำคัญให้ไทยผ่านวิกฤตินั้นหลายครั้งหลายครา
เช่น ช่วงสลายพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เมื่อ มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ นายกฯ ไทยไปเยือนจีน และตามด้วยการเปิดสายสัมพันธ์วัฒนธรรม 2 แผ่นดิน ด้วยกษัตริย์ และราชวงศ์ไทย ส่งผลให้ไทยถึงกลับขับไล่ทูตอเมริกา กลับประเทศ ประท้วง ที่นำเรือมารุกล้ำอธิปไตยของไทยโดยไม่ขออนุญาตก่อน
แต่ด้วยบารมีแผ่นดินแม่จีน ที่เป็นส่วนสำคัญที่อเมริกา ไม่กล้ารังแกไทย จนเกิดการเยือนกันไปมาของ 2 ประเทศ ตลอดมาถึงปัจจุบัน จนสายสัมพันธ์แน่นแฟ้น เหมือนพี่คนโต คอยปกป้อง ดูแลน้องๆ ช่วงนี้ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ฯ พระองค์ ทรงเสด็จเยือนจีนอย่างเป็นทางการ และเตรียมแสดงดนตรีกู่เจิ้ง ในงานสายสัมพันธ์วัฒนธรรมไทยจีนครั้งที่ 5 ที่ประเทศจีน อันแสดงถึงมิตรไมตรีทางการทูตชั้นสูงของสองประเทศอย่างเป็นทางการ
ประจวบกับกระทรวงกลาโหมจีน ได้ทำหนังสือเชิญไทยไปเยือนอย่างเป็นทางการ โดย ผู้แทนกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะผู้แทน ผู้บัญชาการสูงสุด และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ของไทย จะเดินทางไปเยือนกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันที่ 11 – 13 มิ.ย.57 นี้
เพื่อสานต่อความร่วมมือด้านการทหาร การฝึกศึกษา และการพัฒนาด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ และ กระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน ยังพร้อมสานต่อความสัมพันธ์ทางด้านทหารกับไทยอีกด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานในประเด็นข้อพิพาทหมู่เกาะสแปชลี่ ทะเลจีนใต้เป็นอย่างดี
เพราะนอกจากจะเป็นปัญหาระหว่างประเทศเวียดนาม และฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นประเทศในภูมิภาคอาเซียน ที่ทุกฝ่ายต้องการให้เกิดการเจรจากันอย่างสันติแล้ว ไทยยังทำหน้าที่เป็นผู้ประสานกับจีนในฐานะประเทศผู้ขัดแย้งนอกภูมิภาคอีก ด้วย และจีนได้แสดงท่าทีเข้าใจปัญหาการเมืองในประเทศไทย และมองว่าเป็นปัญหาภายในประเทศ จีนไม่เข้ามาแทรกแซงอีกด้วย
ประเทศก็เหมือนคนนั่นแหละ ยามท่านมีปัญหาอะไรสักอย่าง แต่มีเพื่อนประเภทแรก กลับคอยกดดัน บีบบังคับ โน่น นี่ นั่น สารพัดจะเอาแต่ใจและผลประโยชน์ตนเอง เคยถึงขั้นมาขอแบ่งของเก่าแก่เราด้วยซ้ำ , แต่กลับมีเพื่อนอีกประเภทหนึ่งที่เป็นญาติกัน คบกัน สม่ำเสมอมากว่า 1,000 ปี ทุกครั้งที่เรามีปัญหา ก็คอยปลอบประโลม เข้าใจ ไม่ซ้ำเติม และคอยช่วยเหลือไม่ห่าง
เพื่อนประเภทแรก คือ รัฐบาลอเมริกา แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ออสเตรเลีย ที่คอยแต่จะฉกฉวยเอาผลประโยชน์จากเรา เอาเรือมาปิดอ่าวข่มขู่ขอแบ่งแผ่นดินเราไปหลายครั้งช่วงราว รัชกาลที่ 4-5 จนแผ่นดินไทยเป็นรูปร่างขวานอย่างปัจจุบัน และที่ซ้ำร้ายคือหนุนให้คณะราษฎร์เปลี่ยนแปลงการปกครองของไทยเมื่อปี 2475 ซึ่งถือเป็นการแทรกแซงโครงสร้างการเมือง แนวคิด รูปแบบการปกครองของไทย อย่างรุนแรงมาก
ส่วนเพื่อนและญาติประเภทที่สองคือจีน แม้จะมีแนวคิดทางการเมืองต่างกันช่วงคอมมิวนิสต์เฟื่องฟู แต่เป็นเพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น และก็ไม่เคยมีเหตุเอาเปรียบประเทศเล็กๆ อย่างเราอีกเลย , เลือดข้นกว่าน้ำฉันท์ใด สายใยความสัมพันธ์จีนกับไทยก็ไม่เคยขาดจากกันฉันท์นั้น เลือดในกายที่ไหลเวียนในร่างของคนไทยทุกคน แม้เราเป็นเผ่าไทย แต่มีส่วนหนึ่งที่เป็นสายเลือดจีนผสมไหลเวียนอยู่ในตัวด้วยมาก น้อย ไม่เท่ากัน
เลือดของท่านก็มาจากพ่อกับแม่ และเลือดผู้บังเกิดเกล้าก็สืบมาจากบรรพบุรุษอีกหลายรุ่น กว่า 1,000 ปี และปู่ ย่า ตา ทวดของไทย ก็สืบสายเลือดบางส่วน มาจากจีนนั่นเอง
ยามไทยมีปัญหา จีนก็ได้ยื่นมิตรไมตรีอย่างเป็นทางการ ทำหนังสือมาเชิญไทยไปเยือนอีกแล้ว เป็นไปตามที่ เสธ เคยบอกไว้ก่อนล่วงหน้านี้เป๊ะ , ต่อไปนี้ใครทำการค้า ธุรกิจกับจีน จะเฟื่องฟูสุดๆ จีนต้องการผลไม้ไทย ข้าวไทย แม่แต่หนังสือบทเรียน ก.ไก่ ของไทย แถวยูนนาน จีนตอนไต้ ไกด์คนจีนต้องการมาก เพราะเขาอยากเรียนภาษาไทย ตัวเลข 1-10 ของเขายังออกเสียงเป็นเลขไทย
นั่นเพราะเขากับเราใช่อื่นไกล เป็นญาติกันมา 2,000 กว่าปีแล้ว คนไทยเชื้อสายจีนตอนนี้ ได้เวลาที่ท่านจะตอบแทนแผ่นดินทองของไทยแห่งนี้แล้ว เป็นทหารเอกพระราชาผึ้งหลวง รวมกลุ่มปรึกษาหารือกัน ค้นหาญาติตระกูลแต่หนหลัง หาช่องทางค้าขายเพิ่มเติมจากเดิมระหว่างไทยกับจีน เพิ่มประเภท ปริมาณสินค้าส่งออกไปจีน ปรับรูปแบบธุรกิจภายในประเทศไทยรองรับลูกค้าคนจีน ที่เขามีประชากรมากกว่า 1 พันล้านคน
ส่งเสริม แลกเปลี่ยน ด้านการศึกษา ศาสนา ศิลป วัฒนธรรม การกีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การแพทย์ การเงิน การธนาคาร การอุตสากรรม การเกษตร ระบบโลจิสติกส์ ฯลฯ สิ่งใดทำอยู่แล้วกับจีน ก็ทำให้เข้มข้นขึ้น แนะนำเพื่อนนักธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ให้เจรจาการค้าระหว่างประเทศกัน
เมื่อรัฐบาลใดเขารังแกเรา ยุคทองของประเทศนั้นก็หมดไปแล้วเช่นกัน สินค้า บริการ ใดๆ ที่มาจากประเทศเพื่อนที่ไม่ดี ถ้ามีใช้อยู่แล้วก็ไม่เป็นไร แต่ไม่ต้องซื้อเพิ่มใหม่ บริการ อาหาร อะไรของประเทศพวกนี้ในไทย เราก็หลีกเลี่ยงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ไปอุดหนุน , สินค้าบางอย่างอาจเป็นบริษัทลูก หลาน เหลน ของบริษัทประเทศที่เป็นเพื่อนไม่ดี เราก็บอยคอตหมด เพราะเดี๋ยวนี้สินค้าจีนทดแทนกันได้หมดแล้ว คุณภาพก็พัฒนาขึ้นมากจนเทียบเท่าฝรั่งแล้ว เราช่วยพี่เรา และ พี่เราก็ช่วยเรา หยวนๆ
เราพร้อมกันเทใจทุกสิ่งเปลี่ยนทิศไปให้จีน ขายให้จีน ซื้อของจีน คอยดูเถอะประชาชน บริษัทการค้า ในประเทศอเมริกา แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ออสเตรเลีย เขาก็จะทนไม่ไหวไปเอง และเขาจะเป็นพลังไปกดดันรัฐบาลของเขา แทนคนไทย , ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ประชาชนในประเทศเหล่านั้น แต่ปัญหาอยู่ที่รัฐบาลของเขา คนไทยต้องบอยคอตทุกสิ่งที่มาจากประเทศเหล่านั้น เราต้องตอบโต้ด้วยมาตรการประชาชนที่เผ็ดร้อนกว่า
โดยถ้าเราได้ประโยชน์จากประเทศเหล่านั้น เราเอา แต่ถ้าเราเสียประโยชน์ ขาดทุน เราจะไม่ยอมแม้แต่บาทเดียว เขาทนได้ก็ทนไป แต่เชื่อว่า บริษัทการค้า และประชาชนในประเทศที่ค้าขายกับไทยนั่นแหละจะทนไม่ไหว เพราะรัฐบาลเขาฝืนธรรมชาติ
ลองวัดกับรัฐบาลฝรั่งสักตั้ง ว่าใครจะอึดกว่ากัน แต่ที่แน่ๆ เราไม่เดือดร้อน เพราะเรามีจีนที่ตลาดการค้าใหญ่กว่า อาหารเราก็ผลิตเองได้ พลังงานเราก็มีเยอะ น้ำจืดเราก็เหลือเฟือ เส้นทางขนส่งบก เรือ อากาศ เรามีครบ เป็น Hub ของเอเซีย
ณ นาทีนี้จนตั้งรัฐบาลในอีกภายใน 3 เดือน และปฏิรูปประเทศไทยเสร็จใน 1 ปีครึ่ง ยังไม่เห็นทางว่าไทยจะเดือดร้อนอะไรจากรัฐบาลฝรั่ง , อยากมาก็มา ไม่มาก็ไม่ง้อ อยากแถลงอะไรก็ไม่ฟัง ไม่ทำตาม ไม่สน ไม่ว่าง เพราะคุยกับจีนสบายใจกว่า มีเรื่องให้ทำกับจีนเยอะกว่า จะให้สัมปทานลงทุนกับจีนสัดส่วนเยอะกว่า
อะไรที่ยกเลิกสัปทานให้ฝรั่ง ถ้าดูแล้วไม่กระทบธุรกิจเกี่ยวเนื่องในไทย ก็ทะยอยยกเลิกให้หมด อะไรที่ หมดสัมปทานแล้วก็ไม่ต่อสัญญาให้
รัฐบาลอเมริกาที่แถลงปากดีๆ น่ะ พอได้ยินว่าไทยจะเริ่มสร้างรถไฟรางคู่ในปี 57 นี้ รีบส่งเลขาทูตฯ แจ้นไปนั่งรอขอพบ บิ๊กในสหภาพการรถไฟไทยทันที..พฤติกรรมนี้คุ้นๆ แก็งค์อะไรในไทยนะนี่?
โด่..เบื่อพวกเก่งแต่ปาก..ถึงเวลาจะเอาจริงก็ป๊อด..ฮา
@ เสธ น้ำเงิน4
http://www.facebook.com/topsecretthai
หมายเหตุ..เสธ น้ำเงิน มีหลายคน รหัสเลขด้านหลังชื่อ คือแต่ละคนเชี่ยวชาญการเขียนในแนวที่ต่างกันออกไป





0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น