ตอนนี้ประเทศไทยถูกEUคว่ำค่าเงินไม่ให้แลกเปลี่ยนเงินกับเงินสกุลไทยรวมทั้ง
ห้ามโอนเงินมาไทยอีกขออนุญาติในฐานะที่เรียนมาทั้งEconomicและ Faculty of
Bussiness
(อ่านอย่างเดียวสอบไม่ผ่านเพราะไม่มีเวลา)มาโชว์สมองน้อยๆของทหารเดินเท้า
วิเคราะห์เศรษฐกิจไทย
อย่างที่บอกเมื่อไม่มีเงินเข้าประเทศ
รัฐบาลทหารมีแต่รายจ่ายไม่มีรายรับ ไม่มีเงินตราต่างประเทศสำรองมากพอ
ถึงตอนนั้นด้วยวิธีคิดแบบทหารก็เล่นง่ายๆ พิมพ์ธนบัตรเรื่อยๆ
แต่การพิมพ์ธนบัตรต้องมีทรัพย์สินสำรองเช่น เงินตราสกุลต่างประเทศ ทองคำ
รวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆที่สามารถประเมินค่าได้อย่างอสังหาริมทรัพย์ ปัญหาคือ
กระทรวงการคลังเอาใช้หมดแล้ว คราวนี้แหละ
อันดับแรกก็ไล่ยึดทรัพย์สินอย่างทองคำ เพชร ของคนรวยก่อน
ประมาณว่าเพื่อชาติ หลังจากนั้นน่ะเหรอ เจ๊งครับ ไม่มีทรัพย์สินสำรองมากพอ
ค่าเงินดิ่งวูบเงินเฟ้อชนิดอาจอยู่ที่100฿ต่อ1$(100บาทต่อ1ดอลล่าร์สหรัฐ)
คราวนี้ราคาสินค้าก็ทยานไปอีกเป็น3เท่าของปกติเช่นน้ำมันลิตรละ40ก็ไปอยู่
ที่ลิตรละ120 ถ้าหากรายได้เท่าเดิมอยู่แปลว่ารายจ่ายเพิมแน่ๆ
แต่หากบริหารพอถูไถคนไทยก็ได้แบกเงินใส่กระสอบไปจ่ายตลาดล่ะครับ
รัฐบาลทหารก็แก้ไขปัญหาง่ายๆ ประกาศค่าเงินตายตัวแบบที่พม่าทำ
ปัญหาตามมาอีกเช่น
รัฐบาลทหารประกาศค่าเงินให้แลกเปลี่ยนอยู่ที่35บาทต่อ1ดอลล่าร์สหรัฐ
แต่แลกกันจริงๆอยู่ที่100ต่อ1ดอลล่าร์สหรัฐ
ฝรั่งมาท่องเที่ยวเอาเงินมา10,000ดอลล่าร์แลกได้350,000บาท
แต่พอจะซื้อของต้องจ่ายแพงกว่าที่ควรจ่ายเมื่อคิดตามอัตราค่าเงิน
ควรจ่ายแค่35บาทแต่ดันจ่าย100บาท
อีกทั้งหากรัฐบาลประกาศไม่รับแลกคืนเวลากลับก็ต้องไปแลกตลาดมืดคราวนี้โดนกด
ราคาค่าเงินอีก อนาคตไม่มีใครอยากมาเที่ยวแน่ครับ
ปัญหาตรงนี้พม่าเผชิญมาแล้ว สงสัยไทยเดินตามพม่าแง๋
ตอนนี้WTOเตรียมตัดไทยออกจากการเป็นสมาชิก
EUและสหรัฐเตรียมใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการทันทีที่มีนายกฯพระราชทาน(ข่าวทางยุโรปเพื่อนอยู่องกรณ์ส่งมาให้)
ใครอยากเถียงไม่ว่า เตรียมรับผลของการรัฐประหารเถอะนะ
เลิกหลอกตัวเองว่าทั่วโลกสนับสนุนรัฐประหารหนนี้
ดูพม่าที่จีนโอบอุ้มจนคนต้องหนีมาทำงานที่ไทย
อนาคตรอดู แค่คนนครศรีธรรมราชประท้วงต่อต้านสหรัฐไล่Chevronนั่นก็เป็นสัญญาณแล้วว่าอนาคตไทยคือตัวถ่วงอาเซียน
กล้ารับประกันแค่ไหนว่าอนาคตไทยไม่ถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ
อนาคตพอเพียงกันทั้งชาติ
CR : Tangmo Shinawatra
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น