เมื่อเวลาประมาณ 14.00น.นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หนึ่งในบุคคลที่ฝ่าฝืนคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่เข้ารายงานตัวตามกำหนดของคสช. เดินทางไปยังสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ อาคารมณียา ย่านเพลินจิต พร้อมเปิดแถลงข่าวต่อผู้สื่อข่าวต่างประเทศ
นายจาตุรนต์กล่าวว่า ไม่มีความตั้งใจที่จะหนี หรือต่อสู้ใต้ดิน แต่พร้อมจะถูกจับเมื่อเวลานั้นมาถึง สิ่งที่ต้องทำต่อไป จะใช้เสรีภาพเรียกร้องให้ประเทศกลับสู่ประชาธิปไตย โดยเรียกร้องให้คสช.คืนอำนาจสู่ประชาชนทันที ส่วนการเรียกร้องจะทำโดยสันติและเป็นไปตามครรลองของประชาธิปไตย
“การ รายงานตัวต่อคณะรัฐประหารเป็นสิ่งที่ขัดต่อสัมปชัญญะของผมผมผ่านเหตุการณ์ รัฐประหารมาหลายครั้งแต่ไม่เคยได้รับคำสั่งให้ไปรายงานตัว”นายจาตุรนต์กล่าว
"ตอน นี้พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชาหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้รับโปรดเกล้าฯ แล้วผมพร้อมแล้วให้คสช.จับกุมตัว และผมเลือกแสดงออกตามหลักอารยะขัดขืนพร้อม รับผลการกระทำตามหลักอารยะขัดขืน ต่อสู้คดีตามหลักขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม " นายจาตุรนต์ระบุ
นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า หากย้อนเวลากลับไปยังตัดสินใจแบบเดิมอย่างแน่วแน่และเด็ดขาด ในการไม่ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพราะขัดต่อรัฐธรรมนูญ และข้อเสนอให้จัดตั้งรัฐบาลกลางนั้นไม่มีกฎหมายรองรับ จะทำให้เกิดความขัดแย้งวุ่นวายมากมายจนนำไปสู่การรัฐประหาร ฉะนั้นไม่ว่าจะไปแนวทางไหนก็ต้องมีการรัฐประหาร
"ผมขอย้ำอีกครั้ง ว่าที่ก่อนหน้านี้ไม่ไปรายงานตัวต่อคสช.เพราะยังไม่มีพระบรมราชโองการแต่ เมื่อมีการโปรดเกล้าฯแล้วคำสั่งของคสช.ก่อนหน้านี้ถือเป็นกฎหมายผมจึงพร้อม ให้ควบคุมตัวในเวลาที่เหมาะสมอย่างไรก็ตามผมมองว่าคดีนักการเมืองไม่ควรขึ้น ต้องไปศาลทหารส่วนที่เลือกแถลงข่าวที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศนั้นเพราะ ว่าในเรื่องราวสำคัญในอดีตได้มาแถลงที่นี่ ซึ่งเข้าใจว่าสื่อไทยเองถ่ายหรือบันทึกภาพไปก็ไม่สามารถไปเผยแพร่ได้"
อย่าง ไรก็ตามนายจาตุรนต์เปิดเผยว่าไม่สามารถติดต่อกับนายจารุพงศ์เรืองสุวรรณหัว หน้าพรรคเพื่อไทยและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้พยายามติดต่อผ่าน ทางคนสนิทแล้วก็ไม่สามารถติดต่อได้โดยขณะนี้ไม่ทราบว่าอยู่ที่ใดรู้แต่เพียง ว่าก่อนหน้านี้นายจารุพงศ์อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นายจาตุรนต์ อ่านในแถลงการณ์ถึงข้อเรียกร้องต่อคสช.ให้คืนอำนาจสู่ประชาชนและคืนอำนาจ ประชาธิปไตยทันทีให้คสช.หลีกเลี่ยงการใช้อำนาจต่อประชาชนและไม่กดขี่ประชาชน ในสังคมและอนุญาตให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นแสดงออกทางการเมืองอย่างสันติ เพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรงดีกว่าผลักดันให้ต่อสู้ด้วยวิถีทางอื่นนอกจากนี้ ขอให้คสช.พยายามหาทางออกให้สังคมไทยหาทางออกที่สันติท่ามกลางความแตกแยกดัง กล่าวความรุนแรงไม่ใช่ทางออก
นายจาตุรนต์ยังเรียกร้องผู้ที่คสช.คุวบคุมตัวได้รับการปล่อยตัวในทันที หากคสช.ต้องการปฏิรูปประเทศจริงๆ ควรเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีโอกาส อีกทั้งยังหวังว่าคสช.จะฟังความคิดเห็นของประชาคมนานาชาติและให้ความสนใจเรื่องความเป็นอยู่ของประชาชน
สำหรับ ประชาชนที่ต่อต้านรัฐประหารนั้นนายจาตุรนต์เรียกร้องให้เป็นไปอย่างสันติให้ กลุ่มที่เรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยต้องให้เประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมต่อการ สร้างประชาธิปไตยที่เป็นประโยชน์ได้อย่างไร
ท้ายที่สุดขอบคุณ ประชาคมนานาชาติที่แสดงออกคัดค้านต่อการรัฐประหารและกฎอัยการศึกและเรียก ร้องให้คสช.คืนประชาธิปไตยและกลับสู่การเลือกตั้งทันทีรวมถึงการฟื้นฟู ประชาธิปไตยที่เป็นอารยะโดยเร็ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะจัดตั้งรัฐบาล พลัดถิ่นหรือไม่นายจาตุรนต์ตอบว่า"ไม่รู้เรื่องนี้เลยเนื่องจากไม่ได้รับการ ติดต่อมาจึงไม่สามารถวิเคราะห์ในเรื่องนี้ได้"
"ผมไม่รู้ว่าพลเอกประยุทธ์กำลังคิดอะไรอยู่ตอนที่รัฐประหาร"นายจาตุรนต์กล่าว
"ผมอยากเตือนพลเอกประยุทธ์ว่ามาตรการที่รุนแรงจะเป็นผลไม่ดี การที่มีอคติต่อคนฝ่ายเดียว คนกลุ่มเดียวของสังคมจะเป็นผลร้ายต่อประเทศนี้ ถ้าอยากแก้ปัญหาประเทศนี้ ต้องใช้กระบวนการประชาธิปไตย อย่าใช้วิธีการกดขี่"
สำหรับการรัฐประหารในครั้งนี้ มองว่าเป็นความผิดของทหารและชนชั้นนำที่ไม่ยอมรับประชาธิปไตย
ส่วนเรื่องว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯลอยแพคนเสื้อแดงหรือไม่นั้น นายจาตุรนต์กล่าวว่า การลดบทบาทของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในขบวนการคนเสื้อแดง คงจะส่งผลกระทบบ้าง แต่คงไม่มากเท่าไหร่ ไม่ว่าจะมีพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ เชื่อว่าขบวนการประชาธิปไตยจะยังมีอยู่
ต่อมาเวลา 15.30น. ระหว่างนายจาตุรนต์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวไทยอยู่นั้น เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้ามาควบคุมตัวนายจาตุรนต์ไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เข้ายึดอำนาจเมื่อวันที่ 22พฤษภาคม 2557 คสช.ได้ออกคำสั่งเรียกบุคคลเข้ารายงานตัว ทั้งอดีตรัฐมนตรี นักการเมือง นักวิชาการ ส่วนใหญ่เดินทางเข้ารายงานตัวต่อคสช.อย่างต่อเนื่อง แต่ปรากฎว่านายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีตรมว.มหาดไทย ไม่เข้ามารายงานตัวตามคำสั่งของคสช.
ต่อมา คสช.มีคำสั่งฉบับที่ 10/2557 ห้ามทำธุรกรรมของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ และนายจาตุรนต์ ฉายแสง โดยระบุบุคคลทั้งสองคนฝ่าฝืนคำสั่ง”คสช.” ไม่เข้ารายงานตัวตามวันเวลาที่กำหนด พร้อมกับสั่งห้ามบุคคลหรือสถาบันการเงิน ธนาคาร นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้โอนเงินทางอิเลกทรอนิกส์ ช่วยเหลือหรือสนับสนุนด้านการเงินให้กับนายจารุพงศ์และนายจาตุรนต์
คสช.ยัง มีคำสั่งให้สถาบันการเงินและนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจการเงินการธนาคารแจ้ง และส่งข้อมูลการทำธุรกรรมของบุคคลทั้งสองที่กระทำขึ้นตั้งแต่วัน ที่1มีนาคม2557-24พฤษภาคม2557

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น