วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2557
ระเบียบวินัย สิ่งจำเป็นในการพัฒนาประเทศ
ในเมืองใหญ่โดยทั่วไป ภาพคุ้นตาคือการแย่งชิง เบียดเสียดยัดเยียดของผู้คนในการทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าการเดินทาง การกินอาหาร จับจ่ายใช้สอย ล้วนเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป และบ่อยครั้งจนอาจกลายเป็นความเคยชิน เช่น การยืนออที่ประตูรถเมล์โดยไม่ต่อคิวและไม่หลีกทางให้คนบนรถได้ลงไปก่อน รถยนต์ในช่องจราจรอื่นที่พยายามจะเบียดเข้าอีกช่องทางหนึ่ง การเรียกรถแท็กซี่โดยกีดขวางทางจราจร การไม่ต่อแถวเพื่อซื้ออาหาร เป็นต้น อันที่จริงภาพการเบียดเสียดหรือแย่งชิงดังกล่าวอาจไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะใน เมืองใหญ่เท่านั้น และอาจจะไม่มีภาพเหล่านี้เกิดขึ้นเลยก็ได้ หากคนในสังคมนั้นๆ มีสิ่งที่เรียกว่า “ระเบียบวินัย”
ญี่ปุ่น ถือเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับการยอมรับในเรื่องการมีระเบียบวินัยของประชาชน ซึ่งอาจมาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจากการมีสภาพภูมิประเทศเป็นเกาะภูเขาไฟกลางทะเล ทำให้ต้องประสบปัญหาภัยธรรมชาติอยู่บ่อยครั้ง ทั้งพายุหรือแผ่นดินไหว นอกจากนี้การเป็นประเทศแพ้สงครามช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ประเทศต้องประสบภาวะวิกฤติในด้านต่างๆ แต่ในท้ายที่สุดก็สามารถผ่านพ้นปัญหาต่างๆ มาได้ จนกลายเป็นประเทศหนึ่งที่มีอิทธิพลทั้งทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม แพร่กระจายไปในหลายส่วนของโลก และยังถือเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำทางด้านเทคโนโลยีของโลกอีกด้วย
การผ่านพ้นสารพันปัญหาที่รุมเร้าจนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในชาติผู้นำได้นั้น คงมิได้มาจากโชคช่วยหรือเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ต้องอาศัยปัจจัยหรือองค์ประกอบหลายอย่าง ที่จะทำให้ประเทศสามารถผ่านพ้นวิกฤติสำคัญหลายครั้งดังกล่าวมาได้ ตัวอย่างล่าสุดที่เห็นชัดไม่นานมานี้คือ การเกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรง ทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิเข้าทำลายเมืองแถบชายฝั่งทะเลของญี่ปุ่น เสียหายอย่างหนัก บ้านเมืองเกิดปัญหาขาดแคลนทั้งไฟฟ้า น้ำประปา ตลอดจนสาธารณูปโภคพื้นฐานไม่สามารถใช้การได้ อีกทั้งยังเกิดภาวะขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม แต่คนทั่วโลกกลับเห็นภาพความร่วมมือร่วมใจของประชาชนชาวญี่ปุ่นในการรับมือ กับวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ต่างร่วมมือกันแก้ไขปัญหา เมื่อต้องรับอาหารทุกคนต่างเข้าคิวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีการแย่งชิงกัน หรือทุบทำลายร้านค้าเพื่อหยิบฉวยเอาสิ่งของเครื่องใช้ไปเป็นของตน สภาพดังกล่าวคงมิใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ในชั่วพริบตา หรือใครเป็นผู้สั่งให้เกิดขึ้นได้ แต่เป็นสิ่งที่ถูกปลูกฝังและสั่งสมอยู่ในความคิดและจิตใจชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ มาอย่างยาวนานโดยเฉพาะเรื่องความมีระเบียบวินัย จนเมื่อเกิดวิกฤติของชาติขึ้น สิ่งที่ซ่อนอยู่ในตัวของประชาชนญี่ปุ่นจึงแสดงออกมาให้ชาวโลกได้ประจักษ์
การใช้ทางด่วนในประเทศญี่ปุ่นเป็นอีกตัวอย่างที่น่าสนใจ แม้รถจะติดบนทางด่วนขนาดเคลื่อนตัวไม่ได้ ก็จะไม่มีใครขับรถเข้าไปใช้ช่องทางซ้ายสุดที่สงวนไว้กรณีฉุกเฉิน เช่น รถดับเพลิง, รถพยาบาล, รถตำรวจ เมื่อมีเหตุฉุกเฉินรถที่ได้รับอนุญาตพิเศษสามารถใช้ช่องทางซ้ายสุด เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที ซึ่งต่างกับประเทศไทยมาก ในสถานการณ์เดียวกัน จะมีผู้ขับรถเริ่มแซงซ้ายเพื่อใช้ช่องทางซ้ายสุดที่สงวนไว้สำหรับกรณีฉุก เฉินเสมอ จนรถช่องซ้ายสุดติดและเคลื่อนตัวไปไม่ได้ ซึ่งก็มีกรณีผู้ป่วยฉุกเฉินที่เสียชีวิตบนรถพยาบาลเพราะรถติดอยู่เสมอ ทั้งที่ไม่ควรเสียชีวิตหากสามารถเดินทางได้เร็วกว่านี้
จากตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นที่ติดอันดับเรื่องความมีระเบียบวินัย หันมามองดูประเทศไทย จะเห็นว่าในยุคหนึ่งเคยมีคำเปรียบเปรยที่สะท้อนให้เห็นความเป็นคนไทยอยู่ ประโยคหนึ่งคือ “ทำอะไรตามใจได้คือไทยแท้” แม้มุมหนึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่ชอบความเป็นอิสระ ไม่ชอบอยู่ใต้อาณัติหรือการกำกับของใคร แต่อีกความหมายหนึ่ง ก็แสดงให้เห็นว่า คนไทยมีนิสัยชอบทำอะไรตามใจตนเอง ทำให้ในบางครั้งเหมือนไม่ชอบอยู่ในระเบียบวินัย ยิ่งสภาพทางเศรษฐกิจที่บีบรัดมากขึ้นอย่างในปัจจุบัน ก็ยิ่งทำให้การแข่งขันแย่งชิงกันมีมากขึ้น โดยไม่เคารพหรือปฏิบัติตามกฎเกณฑ์กติกาการอยู่ร่วม ใครมีพละกำลังเส้นสายหรือความได้เปรียบทางเศรษฐกิจมากกว่าผู้นั้นก็จะเป็น ผู้ชนะ โดยไม่สนใจว่าจุดมุ่งหมายหรือสิ่งที่ได้มาตามความประสงค์ของตน เป็นไปตามกฎกติกาหรือมารยาทการอยู่ร่วมกันในสังคมหรือไม่
ทุกฝ่ายต่างเห็นตรงกันว่า การสร้างระเบียบวินัยให้เกิดขึ้น ต้องเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก เนื่องจากเป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่จะบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งวินัยให้เกิดขึ้น ในตัวเด็กตั้งแต่แรกและหยั่งรากอย่างมั่นคงเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ให้เด็กมีวินัยในตนเอง เพราะวินัยในตนเองจะเป็นปัจจัยสำคัญของการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ อย่างมีความสุข ทั้งในวัยเด็กจนโตเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งได้แก่ความสามารถในการควบคุมตนเองให้ประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ได้เรียน รู้มาว่า เป็นสิ่งที่ดี และละเว้น ไม่ปฏิบัติในสิ่งที่ไม่ดีและไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม อันทำให้เกิดผลดีทั้งต่อตนเองและไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ทั้งยังส่งผลให้สังคมมีความสงบสุขมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยอีกด้วย
งานวิจัยด้านจิตวิทยาหลายชิ้นมีข้อสรุปตรงกันว่า สังคมไทยกำลังประสบปัญหาคนขาดระเบียบวินัย ส่งผลให้สังคมเต็มไปด้วยอันตรายและความเสี่ยงหลายประการ ทั้งปัญหายาเสพติด การแก่งแย่งชิงดี ทุจริตและประพฤติมิชอบ ตลอดจนอาชญากรรมต่างๆ ขณะที่โลกปัจจุบันเป็นยุคแห่งข้อมูลข่าวสาร การมีระเบียบวินัยของสมาชิกในสังคม ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยจัดระบบข้อมูลข่าวสารให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ ได้ การที่ยังคงปล่อยให้คนในสังคมอยู่ในสภาพ “ทำอะไรตามใจคือคนไทยแท้” มีแต่ทำให้สังคมเกิดความสับสนและไร้ระเบียบ กระทรวงศึกษาธิการควรปลูกฝังการมีระเบียบวินัยแก่เด็กในวัยเรียน และกระทรวงวัฒนธรรมควรสร้างจิตสำนึกแก่ประชาชนวงกว้าง ประเทศไทยก็จะพัฒนาไปเร็วกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น